วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

Comman line for Network

 คำสั่ง Command Line อะไรบ้าง

ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย
สรุปคำสั่ง Command Line ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux
1. ping (Windows และ Linux)
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการรู้ว่าเชื่อมต่อกับ IP ปลายทาง หรือเว็บไซต์ปลายทางได้ไหม
ping 8.8.8.8
📌กรณีใช้งาน :
• อินเทอร์เน็ตหลุด -> ลอง ping 8.8.8.8 เพื่อดูว่าออกเน็ตได้ไหม
• ถ้า ping ชื่อเว็บไม่ได้ -> อาจเกิดจาก DNS มีปัญหา
---------------------------------------------
2. ipconfig (Windows) หรือ ifconfig (Linux)
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการเช็คว่าเครื่องมี IP Address, Default Gateway, DNS หรือไม่
ipconfig /all
📌กรณีใช้งาน :
• ถ้า IP ขึ้นเป็น 169.254.x.x → แปลว่าไม่ได้รับ IP จาก DHCP
• ตรวจสอบว่า DNS, Gateway ตั้งค่าถูกไหม
---------------------------------------------
3. tracert (Windows) หรือ traceroute (Linux)
🔹ใช้เมื่อ: อินเทอร์เน็ตช้า หรือเข้าบางเว็บไม่ได้
tracert google.com
📌กรณีใช้งาน :
• ดูว่าข้อมูล “ไปค้าง” อยู่ตรงไหน เช่น ISP หรือปลายทาง
• วิเคราะห์ว่าเน็ตช้าจากต้นทางหรือระหว่างทาง
---------------------------------------------
4. nslookup – เช็คการแปลงชื่อเว็บไซต์เป็น IP (DNS)
🔹ใช้เมื่อ : เข้าเว็บไซต์ไม่ได้ แต่ Ping IP ได้
nslookup google.com
📌กรณีใช้งาน :
• ถ้า DNS ไม่ตอบ -> ลองใช้ DNS อื่น (เช่น 8.8.8.8 ของ Google)
• ใช้เช็คว่าเครื่องกำลังใช้ DNS Server ตัวไหนอยู่
---------------------------------------------
5. netstat – ดูพอร์ตที่ใช้งานอยู่ และการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้น
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการดูว่าเครื่องติดต่อกับ IP อะไร และโปรแกรมอะไรใช้พอร์ตไหน
netstat -an
netstat -b
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่าโปรแกรมอะไรเปิดพอร์ตไว้
• หาสาเหตุว่าทำไมเครื่องเชื่อมต่อภายนอกตลอดเวลา (อาจโดนมัลแวร์)
---------------------------------------------
6. arp – ดูตาราง IP กับ MAC Address ที่เครื่องรู้จัก
🔹 ใช้เมื่อ : ต้องการเช็คว่า IP นี้มีอยู่จริงในเครือข่ายไหม
arp -a
📌กรณีใช้งาน :
• เช็คว่า IP ที่กำลัง ping ตอบกลับจาก MAC Address ไหน
• แก้ปัญหา IP ชนกัน
---------------------------------------------
7. route print – ดูตารางเส้นทางของการส่งข้อมูล (Routing Table)
🔹ใช้เมื่อ : ข้อมูลไปผิดทาง หรือวิ่งออกอินเทอร์เน็ตผิดเส้น
route print (Windows)
ip route (Linux)
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่า Default Gateway ตั้งค่าถูกต้องหรือไม่
• ใช้แก้ปัญหาในระบบที่มีหลาย Gateway หรือหลาย Network Card
---------------------------------------------
8. netsh – เครื่องมือจัดการระบบเครือข่ายบน Windows
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการ reset network หรือดู Profile Wi-Fi
netsh interface ip show config
netsh wlan show profiles
netsh winsock reset
📌กรณีใช้งาน :
• แก้ปัญหา Wi-Fi ต่อไม่ได้, รีเซ็ต TCP/IP
• ดูว่าเคยเชื่อมต่อ Wi-Fi อะไรไว้บ้าง
---------------------------------------------
9. dig – เครื่องมือ DNS แบบละเอียดบน Linux
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการข้อมูล DNS อย่างเจาะลึกกว่า nslookup
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่าโดเมนมี DNS record อะไรบ้าง
• แก้ปัญหา DNS delay หรือ Propagation delay
---------------------------------------------
10. telnet / curl / nc – ทดสอบว่า Port ปลายทางเปิดไหม
telnet google.com 80
nc -zv 192.168.1.1 22-80
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่า Server ปลายทางเปิดพอร์ตนี้หรือไม่
• ใช้ทดสอบการเข้าถึง Web Server, SSH หรือ FTP
credit : itcert2005.com

Group Policy ข้อใดบ้าง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร

 Group Policy ข้อใดบ้าง

ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร
การเพิ่มความปลอดภัยให้กับองค์กรโดยใช้ Group Policy (GPO) ในระบบ Windows Server เป็นแนวทางที่สำคัญในการจัดการ และควบคุมการตั้งค่าความปลอดภัยของเครื่องลูกข่ายในองค์กร ข้อกำหนดที่ควรตั้งค่าใน Group Policy เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีดังนี้
✅ 1. กำหนดนโยบายรหัสผ่าน (Password Policy)
• Enforce password history -> บังคับไม่ให้ตั้งรหัสผ่านซ้ำของเดิม
• Maximum password age -> กำหนดบังคับอายุของรหัสผ่าน
• Minimum password age -> กำหนดให้ต้องใช้รหัสผ่านอย่างน้อยกี่วันถึงเปลี่ยนได้
• Minimum password length -> กำหนดความยาวขั้นต่ำของรหัสผ่าน
• Password must meet complexity requirements -> ต้องมีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่, พิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์
• Store passwords using reversible encryption -> ควรตั้งค่าเป็น Disabled เพื่อไม่ให้เก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่ถอดรหัสได้
-------------------------------------------------
✅ 2. บัญชีผู้ใช้และล็อกอิน (Account & Login Security)
• Account lockout threshold -> ล็อกบัญชีหลังจากใส่รหัสผิดกี่ครั้ง
• Account lockout duration -> เวลาล็อกบัญชีก่อนปลดล็อกอัตโนมัติ
• Reset account lockout counter after -> กำหนดเวลาล้างค่านับการพิมพ์ผิด
• Interactive logon: Message text for users attempting to log on -> แสดงข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับนโยบายความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ระบบ
-------------------------------------------------
✅ 3. นโยบายการเข้าถึงระบบ (Access Control)
• Deny log on locally -> ป้องกันบัญชีที่ไม่ต้องการเข้าสู่ระบบโดยตรง
• Deny log on through Remote Desktop Services -> จำกัดบัญชีที่ไม่ควรเข้าผ่าน RDP
• Limit local administrator account use of RDP -> ป้องกันการใช้บัญชี Administrator เพื่อเข้าสู่ระบบผ่าน RDP
• Enable Secure Boot & TPM -> เปิดใช้การบูตแบบปลอดภัยและโมดูลรักษาความปลอดภัย (หากฮาร์ดแวร์รองรับ)
-------------------------------------------------
✅ 4. นโยบายควบคุมแอปพลิเคชัน (Application & Software Control)
• AppLocker -> กำหนดว่าซอฟต์แวร์ใดสามารถรันได้ในระบบ
• Block legacy authentication protocols -> ปิดใช้งานโปรโตคอลรับรองความถูกต้องที่ล้าสมัย
• Prevent users from installing software -> ปิดกั้นผู้ใช้จากการติดตั้งโปรแกรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
-------------------------------------------------
✅ 5. นโยบายการเข้าถึงข้อมูล (Data Protection & Encryption)
• Enable BitLocker for system drives -> เปิดใช้งาน BitLocker เพื่อเข้ารหัสดิสก์
• Prevent users from turning off BitLocker -> ป้องกันผู้ใช้จากการปิดการเข้ารหัส
• Encrypt File System (EFS) Policy -> บังคับให้เข้ารหัสไฟล์ที่สำคัญ
-------------------------------------------------
✅ 6. นโยบายเกี่ยวกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Removable Media & Device Control)
• Prevent installation of removable devices -> ปิดการใช้งานอุปกรณ์ USB หรือกำหนดให้เฉพาะอุปกรณ์ที่อนุญาต
• Deny write access to removable drives not protected by BitLocker -> ป้องกันการเขียนข้อมูลลง USB ที่ไม่มี BitLocker
• Restrict use of external storage devices -> กำหนดสิทธิ์การใช้แฟลชไดรฟ์หรืออุปกรณ์พกพา
-------------------------------------------------
✅ 7. นโยบายอัปเดตและแพตช์ (Windows Update & Patch Management)
• Configure Automatic Updates -> บังคับให้อัปเดต Windows อัตโนมัติ
• Specify intranet Microsoft update service location -> กำหนดให้เครื่องลูกข่ายอัปเดตผ่าน WSUS
• Do not allow users to disable Windows Update -> ป้องกันผู้ใช้จากการปิดการอัปเดต
• Enable Windows Defender & Anti-malware Protection -> เปิดใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์
-------------------------------------------------
✅ 8. นโยบายการตรวจสอบและบันทึก (Auditing & Logging)
• Audit logon events -> บันทึกการเข้าสู่ระบบทุกครั้ง
• Audit privilege use -> บันทึกการใช้งานสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
• Audit object access -> ตรวจสอบการเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์สำคัญ
• Increase event log size -> เพิ่มขนาดของ Log เพื่อให้เก็บข้อมูลได้นานขึ้น
การกำหนด Group Policy (GPO) สำหรับองค์กรช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการโจมตีระบบ ควรตั้งค่านโยบายในทุกด้านทั้ง รหัสผ่าน, การล็อกอิน, การเข้าถึงระบบ, การใช้ซอฟต์แวร์, การเข้ารหัสข้อมูล, ป้องกันอุปกรณ์ภายนอก, การอัปเดตแพตช์ และการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัย และสามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับทุกองค์กร‼️
ที่มา : itcert2005.com




วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568

วิธีตัดแต่งกล้วย 28 มีค 68

 วิธีตัดแต่งต้นกล้วย

1. ตัดใบที่หัก ใบเหลือง ใบแห้ง ออก โดยดึงกาบออกมาแล้วตัดเฉือนออกให้เสมอกับลำต้น ให้เหลือใบเขียวๆเก็บไว้ประมาน 5-8 ใบ, ถ้าต้นอยู่เป็นกลุ่มแน่นเกินไปใบที่อยู่ในร่มจะไม่ได้แดด ทำให้ต้นกล้วยจะสูงชลูดขึ้นเสี่ยงที่จะหักโค่นเวลาติดเครือ

2. ถ้าเจอต้นกล้วยที่มีใบเหลืองและจุดไหม้สีน้ำตาลคือเป็นโรคใบตายพราย เกิดจากเชื้อไวรัส ให้ขุดเอาต้นออก ห้ามเอาใบหรื้อต้นใส่กลับไปในหลุมจะทำให้เชื้อระบาดไปสู่ต้นอื่นๆได้

3. ต้นที่มีลูกแล้วจะตายให้ฟันทิ้งแล้วขุดหน่อออกด้วย

4. ต้นที่ติดเครือแล้วต้องตัดปลีกล้วยออกเมื่อติดลูกประมาน 7-9 หวีเพื่อให้ไม่แย่งน้ำเลี้ยงกันจนลูกเล็ก

5. ใบกล้วยที่อยู่สูงให้ใช้มีดเคี่ยวด้ามยาวตัดใบที่เสีย ส่วนใบที่อยู่ระดับต่ำให้ใช้มีดด้ามสั้นตัดเพื่อความคล่องตัว

6. ลักษณะต้นแม่และลูกที่สมบูรณ์คือต้นแม่อยู่ตรงกลางแล้วมีหน่อลูกออกมาสองข้าง ต้นจะแข็งแรงมากไม่โค่นล้มง่าย แต่มีข้างเดียวก็ใช้ได้

7. วงบ่อกล้วยควรรดน้ำ3-4ครั้งต่อสัปดาห์(วันเว้นวัน) หน้าแล้งอาจต้องเพิ่มการให้น้ำถ้าแล้งมาก ระบบสเปรย์น้ำรื้ออกมารอปรับปรุงบ่อกล้วยเสร็จต้องใส่ท่อระบบน้ำให้แต่ละบ่อด้วย

ทำ Banana Circle วันที่ 27 มีค 68

 วิธีการทำ Banana Circle

1.ขุดหลุมกลางวงบ่อกล้วย ลึก 50 cm. นำดินที่ขุดมาวางรอบวงบ่อกล้วย ทำเหมือนรูปโดนัท สูง 50 cm. ดังนั้นขนาดหลุมจะลึกทั้งหมด 100 cm.


2.ดินรอบวง ให้ใช้จอบสับให้ร่วนซุยเพราะจะนำมาปลูกพืชอื่นด้วย


3.รอบวงบ่อควรมีต้นกล้วย 5 ต้น หรือ 5 กอ รอบวง ถ้ามีไม่ถึงก็ขุดจากที่อื่นมาปลูก


4.นำใบไม้แห้งมาเทใส่บ่อหลุมจนเต็มและรดน้ำให้ชุ่ม




ทำน้ำฮอร์โมน วันที่ 12 มีค 68

 อาจารย์มาสอน การทำหัวเชื้อ

วัตถุดิบที่ใช้วันนี้ 1. มะละกอสุก 1 ลูก 2. กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี 3. ผักบุ้งจีน 3 กิโลกรัม 4. หน่อกล้วย(ต้นกล้วยที่แตกออกมาจากต้นแม่ ถ้าเป็นไปได้ให้เอาต้นที่ติดกับต้นแม่สังเกตจากใบจะมีลักษณะแหลมเป็นหอก ถ้าต้นที่ไม่ใช่จะมีใบเป็นใบพาย) กดมาให้ติดรากมาด้วยเพราะบริเวณรากจะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สำหรับใช้หมักเยอะ 5. กากน้ำตาลโมลาส 1 ต่อ 3 ของวัตถุดิบ(ผัก,ผลไม้) ที่ใช้หมัก 6. น้ำสะอาด 7. นมสด 8. นมเปรี้ยว 9. น้ำตาลทรายแดง เริ่มจากอาจารย์เล่าที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นเริ่มมาจาก EM (จากชาวญี่ปุ่นชื่อ ดร.อิงะ)หรือที่เคยได้ยินคือศาสนาโยเร EM ได้มาจากหัวเชื่อ จุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์ แต่ก็มีข้อจำกัดคือเกษตรกรต้องซื้อ EM มาใช้ทำให้ต้นทุนสูง ต่อมาก็ IMO จากชาวเกาหลีชื่อฮากิวโซ ที่ได้มาจากการทำกิมจิแล้วเอาน้ำที่เหลือมารถต้นไม้ นำเขามาเผยแพร่โดยกลุ่มสันติอโศก IMO เป็นหลักการของโปรไบโอติก ตามที่อาจารย์เล่าว่าบนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพากัน 3 อย่าง คือ 1. พืช(สังเคราะห์แสงและดูดซึมอาหารมาใช้เองได้) 2. สัตว์(ต้อง กินพืชและสัตว์ด้วยกันเป็นอาหาร) 3. จุลินทรีย์ ย่อยซากพืชซากสัตว์ให้หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ในห่วงโซ่อาหารต่อ เพราะฉะนั้นสามสิ่งนี้ก็จะพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้าดินดี อากาศดี ความชื้นได้ พืชจะสามารถผลิตฮอร์โมนเองได้(เราไม่จำเป็นต้องเสริม) ถ้าเราต้องการฮอร์โมนบำรุงใบกับลำต้น ส่วนใหญ่เราจะนิยมใช้ใบกับลำต้นที่มีตาใบ ของพืชชนิดนั้น มาหมักทำหัวเชื้อ เช่นถ้าเราต้องการบำรุงต้นผักบุ้ง เราใช้หัวเชื้อที่ทำมาจากต้นผักบุ้ง เป็นต้น ผักที่เราจะเก็บมาใช้ควรเก็บในช่วงเช้าไม่เกิน 8 โมงเช้า เพราะผักจะมีสารอาหารคุณประโยชน์เยอะกว่าช่วงกลางวัน และควรเป็นต้นที่ยังไม่แก่เกินไปหรือต้นที่ออกดอกออกผลแล้วก็ไม่ควร เพราะสารอาหารจะน้อย พืชที่มีตาใบและต้น ถ้าเอามาใช้หมักมักจะให้สารสำคัญเพื่อบำรุงใบและลำต้น ผลไม้และพืชที่เราใช้ผลในการมาหมักมักจะบำรุงผล พืชที่เป็นหน่อ หรือแตกเป็นตาเหน่อ หรือเง้า เมื่อนำมาหมักมักจะบำรุงราก (วัตถุดิบที่นำมาใช้หมักก็จะให้ประโยชน์ในการได้หัวเชื้อเพื่อบำรุงในส่วนของพืชที่แตกต่างกันไป) หัวเชื้อจะมีหัวเชื้อเพื่อบำรุงใบและต้น หัวเชื้อเพื่อบำรุงดอกและผล หัวเชื้อเพื่อบำรุงราก (แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ใหญ่) เริ่มทำสูตรที่ 1 นำผักบุ้ง มาหั่นเป็นท่อนท่อน(ประมาณ 2 นิ้ว) ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้(ถังพลาสติกมีฝา) 2 ถัง ถังละ 1.5 กิโลกรัม นำกากน้ำตาลโมลาส แบ่ง 2 แก้วแก้วละ 500 กลัม จะทำ 2 ถัง (ผักบุ้ง 3 ส่วนต่อโมลาส 1 ส่วน) ค่อยนำมา คลุกเคล้า(ห้ามขยำ) ให้ทั่ว ปิดฝาถังพลาสติกใช้สก๊อตเทปขนาดใหญ่ซีนปากถังให้สนิทไม่ให้อากาศเข้า เขียนวันที่เริ่มทำและชนิดผักที่หมัก ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่มห้ามโดนแดด 7 วัน ครบกำหนดเปิดถังสังเกต ถ้าใช้ได้แล้ว นำมากรองเอาแต่น้ำเพื่อมาใช้เป็นหัวเชื้อต่อไป(วิธีเก็บหัวเชื้อ ให้เก็บไว้ในขวดโดยให้มีพื้นที่เหลือในขวดเยอะพอสมควร เผื่อให้มีอากาศอยู่ในนั้นบ้าง แล้วปิดฝาให้สนิท) ถ้านำหัวเชื้อมาขยายไปใช้ต่อ จะทำโดยใช้อัตราส่วน 1:1:10 คือหัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ กากน้ำตาลโมลาส 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสะอาด(น้ำกรอง) 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ในร่มห้ามโดนแสงแดด 7 วัน ถึงจะนำมาใช้ได้ การนำไปใช้ถ้ารดต้นไม้หรือใบไม้ให้ผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:500 (หัวเชื่อ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 5 ลิตร ถ้าจะนำไปรดที่ดิน ให้ผสมในอัตราส่วน 1:100 หัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเปล่า 1 ลิตร ควรลดให้ช่วงเช้าก่อน 8 โมงเพราะต้นไม้สะดวกซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทันที สูตรที่ 2 1. นำมะละกอสุก็พร้อมเปลือก(เอา เมล็ดออก) หันเป็นชิ้นเล็กๆประมาณ 1 -2 นิ้ว 2. นำกล้วยน้ำว้าสุกพร้อมเปลือก

ทำปุ๋ยโบกาฉิ วันที่ 3 มีค 68

 อาจารย์สอนการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร(เศษอาหารจากที่เพื่อนเพื่อนนำมาจากบ้าน)

1. ขี้วัว 2 ส่วน 2. เศษผักผลไม้ เปลือกไข่ กากกาแฟ ขนมปัง ทั้งหมด 2 ส่วน (ก่อนนำไปใช้ควรทำให้ มีขนาดเล็กจะสับ จะบด จะตำ จะหั่น ได้หมด และควรทำให้แห้งก่อน จะตากแดดตากลมก็ได้ เพื่อลดการเกิดการเน่าเสียระหว่างกระบวนการ) 3. แกลบ 1 ส่วน 4. รำป่น 1-2 ส่วนดูจากปริมาณเศษอาหารเป็นหลัก 5. จุลินทรีย์ 4 ช้อน ใส่ในน้ำ 5 ลิตรเพื่อนำมารด ตอนผสมส่วนผสมต่างๆ วิธีทำ นำวัตถุดิบต่างๆ ที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในถัง หรือกะละมัง และค่อยๆรดน้ำที่ผสมจุลินทรีย์ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว สลับกับการลดน้ำ จนได้ความชื้นประมาณ 60% สังเกตจากการเอามือบีบส่วนผสมต่างๆเป็นก้อนไม่แตกออกและน้ำไม่ไหลหยดจนเกินไปเป็นอันใช้ได้ นำกระสอบปุ๋ยมาใส่ เว้นให้มีพื้นที่เหลืออยู่ข้างบนเล็กน้อย ผูกปากถุงให้แน่นสนิทเขียนป้ายวันที่เริ่มทำกำกับ ถ้ามีเวลาก็ให้มา พลิกระสอบปุ๋ยจากข้างล่างขึ้นข้างบนวันละครั้ง(เพื่อให้อากาศถ่ายเทในกระสอบบ้าง )แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไร หมักครบ 3 อาทิตย์ ก็ให้เปิดปาก กระสอบปุ๋ยเพื่อให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับจุลินทรีย์บางประเภทเพื่อให้คุณคุณภาพของปุ๋ยสมบูรณ์ขึ้นเหมาะสมกับการใช้งาน วางไว้อีก 1 อาทิตย์ ก็นำมาใช้ได้เลย(รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 เดือน) ปกติอาจารย์จะใช้โรยหน้าในการปลูกผักประเภทกินผล คุณภาพปุ๋ยชนิดนี้จะมี แร่ธาตุ สารอาหารสูง

ทดลองการเป็นอาสา เกษตร วันที่ 20 กพ 68

 เตรียมดินในโรงเรือน 4 แปลงยาว

เดินเข้าโรงเรือน เริ่มจากขวาไปซ้าย แปลงที่ 1 เคยปลูก ผักคะน้า แปลงที่ 2,3 ตรงกลาง เคยปลูกผักสลัด แปลงที่ 4 ซ้ายสุด เคยปลูกผักกวางตุ้ง แปลงคะน้า และกวางตุ้งใช้ถอนออก (จึงไม่มีรากค้างในดิน) ผักสลัดใช้ตัดต้น(จึงมีรากค้างอยู่ในดิน) เริ่มจากเก็บฟางหญ้าแห้งและวัชพืชออกให้หมด ส่วนแปลงผักสลัดเก็บรากที่ตกค้างในดินออกด้วย สังเกตดินที่เคยปลูกผักคะน้าและกวางตุ้ง คุณภาพดินจะสู้ดินที่เคยปลูกผักสลัดไม่ได้ เพราะ คะน้าและกวางตุ้งเป็นผักที่ดูดสารอาหารในดินไปใช้เยอะกว่าผักสลัด เปรียบเทียบความแตกต่างกัน ดินที่เคยปลูกผักสลัดจะร่วนซุย นุ่มระเอียดกว่า เมื่อเก็บหญ้าและวัชพืชรวมถึงรากของผักสลัดที่ตกค้างในแปลงออกหมดแล้ว พรวนดิน กลับดินข้างล่างขึ้นบน ทำให้ดินร่วนซุยให้ทั่วแปลง เตรียมไว้เพื่อใส่ปุ๋ยมูลวัวลงไป และผสมมูลวัวกับดินเดิมที่เตียมไว้ให้ทั่ว รดน้ำทุกวัน เช้า-เย็น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วตรวจเช็คความพร้อมของดิน เพื่อปลูกพืชผักต่อไป ที่ต้องเก็บฟาง หญ้า วัชพืชและรากของผักสลัดที่ตกค้างในดินออกให้หมดเพื่อ ไม่ให้เกิดกระบวนการในการย่อยสลายและการดึงสารอาหารในดินไปใช้ในกระบวนการย่อยสลายจะทำให้ดินมีคุณภาพลดลง และต้องเพิ่มเวลาในการเตรียมดินนานขึ้น(อาจารย์สอนครับ)

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การต่อ USB Serial ใน Linux

  • ทดสอบกับ ubuntu 10.04
  • การใช้ USB to serial adaptor สำหรับ ubuntu desktop
  • ต้องการทำคอนฟิกอุปกรณ์เครือข่ายชนิด L2 Switch โดยใช้โน๊ตบุ๊คต่อกับอุปกรณ์ดังกล่าว


รายการอุปกรณ์ USB to serial adaptor ที่ทดสอบแล้ว
  • Billionton
  • DTech


  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์ เสียบหัว DB9(เมีย) ของสาย NULL MODEM เข้ากับ L2 Switch
    เสียบหัว DB9(ผู้) ของ USB to serial adaptor เข้ากับหัว DB9(เมีย) ของสาย NULL MODEM อีกปลายเสียบกับช่อง USB ของโน๊ตบุ๊ค
  2. ใช้คำสั่ง dmesg  จะเห็นขัอความตอนท้ายๆประมาณว่า
    usb 4-1: pl2303 converter now attached to ttyUSB0
    แสดงว่าระบบเห็นเป็น /dev/ttyUSB0
  3. ติดตั้งโปรแกรม Serial Port Terminal ใช้คำสั่ง sudo apt-get install gtkterm
  4. การเรียกใช้โปรแกรม Serial Port Terminal ทำดังนี้
    คลิกเลือก Applications > Accessories > Serial Port Terminal

    ตั้งค่า Port ก่อนใช้งาน โดยเลือก /dev/ttyUSB0
    ที่หน้าต่าง GtkTerm Windows คลิกเลือก Configuration > Port > Port: /dev/ttyUSB0

    กดปุ่ม Enter ก็จะเข้าสู่หน้าจอ Console
    พบ login: ตอนนี้ก็พร้อมที่จะทำคอนฟิกอุปกรณ์ L2 Switch ได้แล้ว
  5. การใช้โปรแกรม gtkterm มีปัญหาใช้ถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลแบบ XMODEM ไม่ได้
    ต้องการใช้โปรแกรม minicom แทน  ติดตั้งด้วยคำสั่ง sudo apt-get install minicom
    สั่งทำงานด้วยคำสั่ง sudo minicom -s
    ปรับแต่งค่าให้กด CTRL_A แล้วตามด้วย Z 
  6. ที่มา
http://opensource.cc.psu.ac.th/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89_USB_to_serial_adaptor_%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A_ubuntu_desktop

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างของ 7 layer ต่างๆ

หลังจากที่ได้ไปเรียนมาที่แห่งหนึ่งเกี่ยวกับ Network ก็ได้ความรู้ถึงการเปรียบเทียบของ 7 layer เพิ่มเติม
L1 เป็นทางระดับสัญญาณทางไฟฟ้า 0110101
L2 เป็นระดับ MAC address
L3 เป็นการส่ง Frame Packet  SRC_IP(PC):DST_IP(HOST) จะมีการ random port
Src_Port(xxx):Dst_Port(80) เป็นขาออก
เวลากลับก็เป็น
Host:PC, 80:xxx
L4 TCP พูดถึงแม่ค้าขายของให้คน 1 คน แต่
     UDP พูดถึงแม่ค้าขายของให้คนหลายคน
L5 เหมือนกับ program chat คุยกันหลายๆคน
L6 เหมือนกับ program เดียวทำงานได้หลายๆอย่างเช่น msn ใช้ chat,ส่ง file,...
L7 ก็เป็น Interface นั่นเอง
หวังว่าผมคงจะเข้าใจแต่คนอื่นไม่รู้เหมือนกัน

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

การใช้งาน Wirecast Pro

Wirecast Pro 2012 v4.1.3.16387 Final: เป็นสุดยอดโปรแกรมที่ใช้ในการถ่ายทอดสด TV Streaming ผ่านทางระบบ Internet  ซึ่งสามารถสลับการออกอากาศของกล้องหลายๆ ตัวในขณะถ่ายทอดสดได้ และนอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอื่นๆ เสมือนโปรแกรม Switcher ที่ใช้สำหรับรายการโทรทัศน์นั่นเองครับ  ซึ่งโปรแกรมนี้ทำได้ทั้ง Recorder ,  Streamer ,  Video Effect ,  Video Overlay และ Video Switcherในตัวเดียวกัน โดยรองรับได้มากกว่า 100 โมดูลไม่ว่าจะเป็น Audio ,  Camera ,  Player หรือ Preview ก็รองรับหมด แถมยังรองรับไฟล์วีดีโอได้มากมายหลายนามสกุล เช่น WMV ,  AVI ,  MPG ,  MPEG ,  MP2 ,  MOV ,  MP4 ,  M4V ที่สำคัญคือรองรับความละเอียดของวิดีโอได้ถึง 1280*720(HD) การใช้งานเพียงแค่มีกล้องเว็บแคมและอุปกรณ์อุปกรณ์จับภาพวิดีโอเชื่อมผ่าน ทาง USB ก็ใช้งานได้แล้วครับ
 

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

เมื่อใช้ xcopy แล้ว nsufficient-memory นี่เลยครับ robocopy

Here is an interesting issue I ran into today. I have a script which creates a local copy of one of the important folders on the server using the xcopy command. To make the long story short, after several “accidents” with people messing up or deleting files on the server, we figured that letting people to make local mirrors on their own desktops might be slightly better than restoring stuff back from the tape 4 times a day.

It was something along the lines of:

rmdir /S /Q "%HOMEPATH%\My Documents\Important"
xcopy /E /R /Y /I G:\Important "%HOMEPATH%\My Documents\Important"

The script worked fine for almost a year now. Today however it decided to fail. After copying 1 or 2 folders it would simply stop. After closer inspection of the output I noticed that the last line was:

Insufficient Memory

I immediately checked the memory. The machine had 512 MB of RAM, and over 20 GB of free disk space. The folder I was attempting to copy had only 128 MB. This could not be correct.

Quick google confirmed this – the “insufficient memory” message is very misleading. It appears that this message shows up when the fully qualified (ie. with path) name of the copied file is longer than 254 characters which seems to be Windows maximum path length. Yes – even in WinXP SP2 and Win 2k3. Thank you Microsoft!

So I’m guessing the message doesn’t really refer to the actual free memory, but to the amount of space left in the file name buffer… Or at least I hope that’s what it means. Either that or MS just decided to make “insufficient memory” one of those lovely have a “catch all exceptions and errors here” clauses.

There are essentially 3 workarounds to this:

1.fix your paths – you can try using virtual drives, junctions and all that jazz to make the source and destination paths shorter. Still, this does not mean that a trigger happy user won’t build a crazy long directory tree in your important folder in the future
2.Use xxcopy – a 3rd party xcopy clone. It was suggested by David at blogdom.org. This actually worked for me but I’m not entirely happy with this solution. The good part is that xxcopy implements almost all the regular xcopy switches. The bad part is that to use it for commercial purposes you are supposed to pay up $20 or more.
3.Use robocopy – which seems to be the optimal solution. Robocopy is a part of Windows Server 2003 Resource Kit. The kit will only install on Windows XP and 2003 but robocopy will work on any NT compatible machine. Just install the kit on some machine and copy robocopy.exe from it to all the workstations that need it
The added benefit of using robocopy is that it actually simplified my script:

robocopy \\server\share\Important "%HOMEPATH%\My Documents\Important"

Robocopy can snag the copies directly from the network share, so I do not have to worry about having correct drive letters assigned to the correct shares. This was never really a problem for me since I use login scripts to mount shares on our network, but it is a good thing nevertheless.

In addition robocopy does true mirroring – it will purge all the files in the destination folder which do not appear in the source, saving me the headache of deleting the whole folder prior to copying.

In conclusion – xxcopy works, but robocopy works better. Get it and use it.

[tags]xcopy, xcopy insufficient memory, insufficient memory, xxcopy, robocopy, windows[/tags]

 ที่มา
http://www.terminally-incoherent.com/blog/2007/02/05/xcopy-insufficient-memory/

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การสร้างสัมมาสติ

การเจริญวิปัสนา เป็นสิ่งที่เราทุกๆคนได้ทำกันอยู่แล้ว แต่ไม่มากนัก เพราะทุกคนต้องมีสติ แต่สติที่มีอยู่จะได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นมหาสติ ต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความมั่นคงในสติของตัวเรา
ดังนั้นการเจริญสติจึงเป็นหัวใจที่ทำให้เราสามารถที่จะเข้าไปถึงนิพพานทีละนิดๆ สะสมทุกๆวันไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ในชาติใหนก็ตาม...

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การรักษาใจแบบ 90/10
ความจริงแล้วทุกๆวันไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม เราสามารถทำให้เราสุขหรือทุกข์ได้ตามที่ต้องการ คุณว่าใหม 90% เราสามารถควบคุมได้ แต่อีก 10% ก็อาจจะมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถจัดการได้ เช่นรถไฟมาไม่ตรงตามเวลาที่เราต้องการ เป็นต้น

มาดูเหตุการณ์ตัวอย่างกันดีกว่า ผมกำลังจะไปทำงานนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ลูกชายตัวดีวิ่งเล่นมาโดนกาแฟเข้าทำให้กาแฟหกใส่เสื้อทำงาน ผมอารมณ์เสียทันที(ใจเสียไปแล้ว) ต่อว่าลูกไปใหญ่ลูกก็เสียใจแถมต่อว่าภรรยาที่ไม่ดูแลลูกด้วย(โดนอีก) ต้องขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อใหม่ หลังจากนั้นก็ขับรถไปส่งลูกไปโรงเรียนทั้งที่อารมณ์เสีย ขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดโดนตำรวจออกใบสั่ง ทำให้ไปส่งลูกช้าไปอีก พอถึงโรงเรียนลูกก็ออกจากรถไปโดยไม่เคารพพ่อ สรุปคือ เหตุการณ์เดียวคือ กาแฟหก(10%) แต่ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ(90%) เกิดขึ้นจากตัวเราแท้ๆอย่างเดียว

ในทางกลับกันถ้ากาแฟหก(10%) แล้วเราก็เตือนลูกว่าให้ระวังหน่อย แล้วก็ทิ้งอารมณ์นั้นไว้ตรงนั้นก็จะทำให้การดำเนินชีวิตปกติ(90%) เหมือนเดิม ขับรถไปส่งด้วยใจปกติไม่โดนตำรวจจับ ส่งลูกเข้าโรงเรียนได้ทัน ทุกคนก็จะมีความสุขร่วมกัน

วิปัสนาคือเห็นตามความจริงในรูปแบบนี้ละครับ เห็นแล้วก็ดับไปตามกฏไตรลักษณ์ จะไปยึดมั่นถือมั่นอะไรมากไม่ได้นั่นเอง


วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การ remove connection เก่าบน windows

1) Open the “Start” menu and choose “Run…”
2) Type in “cmd” (without the quotes) and click “ok”.
3) At the cmd prompt, type in “set devmgr_show_nonpresent_devices=1″ (without the quotes) and press enter. (Note that nothing seems to happen–this is ok. We are actually setting an environment variable which is going to help us to see hidden devices)
4) On the next cmd prompt line, type in “devmgmt.msc” (without the quotes) and press enter. This will launch the Windows Device Manager Console.
5) In the Device Manager Console, from the “View” menu, select “Show Hidden Devices”

http://www.tech-recipes.com/rx/504/how-to-uninstall-hidden-devices-drivers-and-services/

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การ setup cisco switch ให้เป็น Server+Client mode

การเซ็ต VLAN , VLAN Trunking และ VTP Domain บน Cisco Catalyst 2960 (Layer2) และ 3560 (Layer3)

จุดประสงค์ต้องการเซ็ต Switch เป็น VLAN โดยใช้ 3560 เป็น Core Switch และ 2960 กระจายไปตามจุดต่างๆในเครือข่าย

สิ่งที่ต้องทำคือ

- เปิด VTP ขึ้นมา ตั้งชื่อว่า VTPNAME

- กำหนด VTP บน 3560 เป็น Server Mode

- กำหนด VTP บน 2960 เป็น Client Mode

- ใช้ VTP Version 2

- สาย LAN เชื่อมระหว่าง Switch ใช้ Port 1 โดยทำเป็น Trunking Mode 802.1q

- SW ทุกตัวตั้งค่า VLAN ดังนี้

Port 2-5 VLAN 100 , MAIN

Port 6-10 VLAN 200 , FRONT



เริ่ม

บน 3560

switch#conf t

switch(config)#hostname SW_Core

SW_Core(config)#end

SW_Core#

SW_Core#conf t

SW_Core(config)#vtp domain VTPNAME

SW_Core(config)#vtp mode server

SW_Core(config)#end



บน 2960

คำคล้ายกันแต่เปลี่ยน hostname เป็นชื่ออื่น และ vtp mode เป็น client



ตรวจสอบ VTP โดยคำสั่ง

SW_Core#sh vtp status

ดู version ว่าเป็น v 2 หรือไม่ หากไม่เซ็ตดังนี้

Console>(enable)set vtp v2 enable



เซ็ต trunking ที่ Port 1 ของทุกๆ Switch

SW_Core#conf t

SW_Core(config)#interface fastEthernet 0/1

SW_Core(config-if)#switchport trunk encapsulation dot1q

SW_Core(config-if)#switchport mode trunk

SW_Core(config-if)#end



หากต้องการดูสถานะหลัง config

#sh interfaces fa0/1 switchport



เซ็ต VLAN

Name VLAN

———————————

Switch#conf t

Switch#vlan 100

Switch#name MAIN

Switch#exit

Switch#vlan 200

Switch#name front

Switch#exit



Add port to VLAN

———————————

Switch#config terminal

Switch#interface range fa0/2-5

Switch#switchport mode access

Switch#switch access vlan 100

Switch#exit

Switch#interface range fa0/6-10

Switch#switchport mode access

Switch#switch access vlan 200

Switch#exit


SW_Core#sh vlan <== ดูสถานะของ VLAN

Credit :
http://www.wandee.org/wordpress/?cat=12

Download เอกสารต่างๆ

  VM Ware Doc