วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

Comman line for Network

 คำสั่ง Command Line อะไรบ้าง

ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย
สรุปคำสั่ง Command Line ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux
1. ping (Windows และ Linux)
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการรู้ว่าเชื่อมต่อกับ IP ปลายทาง หรือเว็บไซต์ปลายทางได้ไหม
ping 8.8.8.8
📌กรณีใช้งาน :
• อินเทอร์เน็ตหลุด -> ลอง ping 8.8.8.8 เพื่อดูว่าออกเน็ตได้ไหม
• ถ้า ping ชื่อเว็บไม่ได้ -> อาจเกิดจาก DNS มีปัญหา
---------------------------------------------
2. ipconfig (Windows) หรือ ifconfig (Linux)
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการเช็คว่าเครื่องมี IP Address, Default Gateway, DNS หรือไม่
ipconfig /all
📌กรณีใช้งาน :
• ถ้า IP ขึ้นเป็น 169.254.x.x → แปลว่าไม่ได้รับ IP จาก DHCP
• ตรวจสอบว่า DNS, Gateway ตั้งค่าถูกไหม
---------------------------------------------
3. tracert (Windows) หรือ traceroute (Linux)
🔹ใช้เมื่อ: อินเทอร์เน็ตช้า หรือเข้าบางเว็บไม่ได้
tracert google.com
📌กรณีใช้งาน :
• ดูว่าข้อมูล “ไปค้าง” อยู่ตรงไหน เช่น ISP หรือปลายทาง
• วิเคราะห์ว่าเน็ตช้าจากต้นทางหรือระหว่างทาง
---------------------------------------------
4. nslookup – เช็คการแปลงชื่อเว็บไซต์เป็น IP (DNS)
🔹ใช้เมื่อ : เข้าเว็บไซต์ไม่ได้ แต่ Ping IP ได้
nslookup google.com
📌กรณีใช้งาน :
• ถ้า DNS ไม่ตอบ -> ลองใช้ DNS อื่น (เช่น 8.8.8.8 ของ Google)
• ใช้เช็คว่าเครื่องกำลังใช้ DNS Server ตัวไหนอยู่
---------------------------------------------
5. netstat – ดูพอร์ตที่ใช้งานอยู่ และการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้น
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการดูว่าเครื่องติดต่อกับ IP อะไร และโปรแกรมอะไรใช้พอร์ตไหน
netstat -an
netstat -b
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่าโปรแกรมอะไรเปิดพอร์ตไว้
• หาสาเหตุว่าทำไมเครื่องเชื่อมต่อภายนอกตลอดเวลา (อาจโดนมัลแวร์)
---------------------------------------------
6. arp – ดูตาราง IP กับ MAC Address ที่เครื่องรู้จัก
🔹 ใช้เมื่อ : ต้องการเช็คว่า IP นี้มีอยู่จริงในเครือข่ายไหม
arp -a
📌กรณีใช้งาน :
• เช็คว่า IP ที่กำลัง ping ตอบกลับจาก MAC Address ไหน
• แก้ปัญหา IP ชนกัน
---------------------------------------------
7. route print – ดูตารางเส้นทางของการส่งข้อมูล (Routing Table)
🔹ใช้เมื่อ : ข้อมูลไปผิดทาง หรือวิ่งออกอินเทอร์เน็ตผิดเส้น
route print (Windows)
ip route (Linux)
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่า Default Gateway ตั้งค่าถูกต้องหรือไม่
• ใช้แก้ปัญหาในระบบที่มีหลาย Gateway หรือหลาย Network Card
---------------------------------------------
8. netsh – เครื่องมือจัดการระบบเครือข่ายบน Windows
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการ reset network หรือดู Profile Wi-Fi
netsh interface ip show config
netsh wlan show profiles
netsh winsock reset
📌กรณีใช้งาน :
• แก้ปัญหา Wi-Fi ต่อไม่ได้, รีเซ็ต TCP/IP
• ดูว่าเคยเชื่อมต่อ Wi-Fi อะไรไว้บ้าง
---------------------------------------------
9. dig – เครื่องมือ DNS แบบละเอียดบน Linux
🔹ใช้เมื่อ : ต้องการข้อมูล DNS อย่างเจาะลึกกว่า nslookup
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่าโดเมนมี DNS record อะไรบ้าง
• แก้ปัญหา DNS delay หรือ Propagation delay
---------------------------------------------
10. telnet / curl / nc – ทดสอบว่า Port ปลายทางเปิดไหม
telnet google.com 80
nc -zv 192.168.1.1 22-80
📌กรณีใช้งาน :
• ตรวจสอบว่า Server ปลายทางเปิดพอร์ตนี้หรือไม่
• ใช้ทดสอบการเข้าถึง Web Server, SSH หรือ FTP
credit : itcert2005.com

Group Policy ข้อใดบ้าง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร

 Group Policy ข้อใดบ้าง

ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร
การเพิ่มความปลอดภัยให้กับองค์กรโดยใช้ Group Policy (GPO) ในระบบ Windows Server เป็นแนวทางที่สำคัญในการจัดการ และควบคุมการตั้งค่าความปลอดภัยของเครื่องลูกข่ายในองค์กร ข้อกำหนดที่ควรตั้งค่าใน Group Policy เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีดังนี้
✅ 1. กำหนดนโยบายรหัสผ่าน (Password Policy)
• Enforce password history -> บังคับไม่ให้ตั้งรหัสผ่านซ้ำของเดิม
• Maximum password age -> กำหนดบังคับอายุของรหัสผ่าน
• Minimum password age -> กำหนดให้ต้องใช้รหัสผ่านอย่างน้อยกี่วันถึงเปลี่ยนได้
• Minimum password length -> กำหนดความยาวขั้นต่ำของรหัสผ่าน
• Password must meet complexity requirements -> ต้องมีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่, พิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์
• Store passwords using reversible encryption -> ควรตั้งค่าเป็น Disabled เพื่อไม่ให้เก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่ถอดรหัสได้
-------------------------------------------------
✅ 2. บัญชีผู้ใช้และล็อกอิน (Account & Login Security)
• Account lockout threshold -> ล็อกบัญชีหลังจากใส่รหัสผิดกี่ครั้ง
• Account lockout duration -> เวลาล็อกบัญชีก่อนปลดล็อกอัตโนมัติ
• Reset account lockout counter after -> กำหนดเวลาล้างค่านับการพิมพ์ผิด
• Interactive logon: Message text for users attempting to log on -> แสดงข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับนโยบายความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ระบบ
-------------------------------------------------
✅ 3. นโยบายการเข้าถึงระบบ (Access Control)
• Deny log on locally -> ป้องกันบัญชีที่ไม่ต้องการเข้าสู่ระบบโดยตรง
• Deny log on through Remote Desktop Services -> จำกัดบัญชีที่ไม่ควรเข้าผ่าน RDP
• Limit local administrator account use of RDP -> ป้องกันการใช้บัญชี Administrator เพื่อเข้าสู่ระบบผ่าน RDP
• Enable Secure Boot & TPM -> เปิดใช้การบูตแบบปลอดภัยและโมดูลรักษาความปลอดภัย (หากฮาร์ดแวร์รองรับ)
-------------------------------------------------
✅ 4. นโยบายควบคุมแอปพลิเคชัน (Application & Software Control)
• AppLocker -> กำหนดว่าซอฟต์แวร์ใดสามารถรันได้ในระบบ
• Block legacy authentication protocols -> ปิดใช้งานโปรโตคอลรับรองความถูกต้องที่ล้าสมัย
• Prevent users from installing software -> ปิดกั้นผู้ใช้จากการติดตั้งโปรแกรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
-------------------------------------------------
✅ 5. นโยบายการเข้าถึงข้อมูล (Data Protection & Encryption)
• Enable BitLocker for system drives -> เปิดใช้งาน BitLocker เพื่อเข้ารหัสดิสก์
• Prevent users from turning off BitLocker -> ป้องกันผู้ใช้จากการปิดการเข้ารหัส
• Encrypt File System (EFS) Policy -> บังคับให้เข้ารหัสไฟล์ที่สำคัญ
-------------------------------------------------
✅ 6. นโยบายเกี่ยวกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Removable Media & Device Control)
• Prevent installation of removable devices -> ปิดการใช้งานอุปกรณ์ USB หรือกำหนดให้เฉพาะอุปกรณ์ที่อนุญาต
• Deny write access to removable drives not protected by BitLocker -> ป้องกันการเขียนข้อมูลลง USB ที่ไม่มี BitLocker
• Restrict use of external storage devices -> กำหนดสิทธิ์การใช้แฟลชไดรฟ์หรืออุปกรณ์พกพา
-------------------------------------------------
✅ 7. นโยบายอัปเดตและแพตช์ (Windows Update & Patch Management)
• Configure Automatic Updates -> บังคับให้อัปเดต Windows อัตโนมัติ
• Specify intranet Microsoft update service location -> กำหนดให้เครื่องลูกข่ายอัปเดตผ่าน WSUS
• Do not allow users to disable Windows Update -> ป้องกันผู้ใช้จากการปิดการอัปเดต
• Enable Windows Defender & Anti-malware Protection -> เปิดใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์
-------------------------------------------------
✅ 8. นโยบายการตรวจสอบและบันทึก (Auditing & Logging)
• Audit logon events -> บันทึกการเข้าสู่ระบบทุกครั้ง
• Audit privilege use -> บันทึกการใช้งานสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ
• Audit object access -> ตรวจสอบการเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์สำคัญ
• Increase event log size -> เพิ่มขนาดของ Log เพื่อให้เก็บข้อมูลได้นานขึ้น
การกำหนด Group Policy (GPO) สำหรับองค์กรช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการโจมตีระบบ ควรตั้งค่านโยบายในทุกด้านทั้ง รหัสผ่าน, การล็อกอิน, การเข้าถึงระบบ, การใช้ซอฟต์แวร์, การเข้ารหัสข้อมูล, ป้องกันอุปกรณ์ภายนอก, การอัปเดตแพตช์ และการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัย และสามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับทุกองค์กร‼️
ที่มา : itcert2005.com




วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568

วิธีตัดแต่งกล้วย 28 มีค 68

 วิธีตัดแต่งต้นกล้วย

1. ตัดใบที่หัก ใบเหลือง ใบแห้ง ออก โดยดึงกาบออกมาแล้วตัดเฉือนออกให้เสมอกับลำต้น ให้เหลือใบเขียวๆเก็บไว้ประมาน 5-8 ใบ, ถ้าต้นอยู่เป็นกลุ่มแน่นเกินไปใบที่อยู่ในร่มจะไม่ได้แดด ทำให้ต้นกล้วยจะสูงชลูดขึ้นเสี่ยงที่จะหักโค่นเวลาติดเครือ

2. ถ้าเจอต้นกล้วยที่มีใบเหลืองและจุดไหม้สีน้ำตาลคือเป็นโรคใบตายพราย เกิดจากเชื้อไวรัส ให้ขุดเอาต้นออก ห้ามเอาใบหรื้อต้นใส่กลับไปในหลุมจะทำให้เชื้อระบาดไปสู่ต้นอื่นๆได้

3. ต้นที่มีลูกแล้วจะตายให้ฟันทิ้งแล้วขุดหน่อออกด้วย

4. ต้นที่ติดเครือแล้วต้องตัดปลีกล้วยออกเมื่อติดลูกประมาน 7-9 หวีเพื่อให้ไม่แย่งน้ำเลี้ยงกันจนลูกเล็ก

5. ใบกล้วยที่อยู่สูงให้ใช้มีดเคี่ยวด้ามยาวตัดใบที่เสีย ส่วนใบที่อยู่ระดับต่ำให้ใช้มีดด้ามสั้นตัดเพื่อความคล่องตัว

6. ลักษณะต้นแม่และลูกที่สมบูรณ์คือต้นแม่อยู่ตรงกลางแล้วมีหน่อลูกออกมาสองข้าง ต้นจะแข็งแรงมากไม่โค่นล้มง่าย แต่มีข้างเดียวก็ใช้ได้

7. วงบ่อกล้วยควรรดน้ำ3-4ครั้งต่อสัปดาห์(วันเว้นวัน) หน้าแล้งอาจต้องเพิ่มการให้น้ำถ้าแล้งมาก ระบบสเปรย์น้ำรื้ออกมารอปรับปรุงบ่อกล้วยเสร็จต้องใส่ท่อระบบน้ำให้แต่ละบ่อด้วย

ทำ Banana Circle วันที่ 27 มีค 68

 วิธีการทำ Banana Circle

1.ขุดหลุมกลางวงบ่อกล้วย ลึก 50 cm. นำดินที่ขุดมาวางรอบวงบ่อกล้วย ทำเหมือนรูปโดนัท สูง 50 cm. ดังนั้นขนาดหลุมจะลึกทั้งหมด 100 cm.


2.ดินรอบวง ให้ใช้จอบสับให้ร่วนซุยเพราะจะนำมาปลูกพืชอื่นด้วย


3.รอบวงบ่อควรมีต้นกล้วย 5 ต้น หรือ 5 กอ รอบวง ถ้ามีไม่ถึงก็ขุดจากที่อื่นมาปลูก


4.นำใบไม้แห้งมาเทใส่บ่อหลุมจนเต็มและรดน้ำให้ชุ่ม




ทำน้ำฮอร์โมน วันที่ 12 มีค 68

 อาจารย์มาสอน การทำหัวเชื้อ

วัตถุดิบที่ใช้วันนี้ 1. มะละกอสุก 1 ลูก 2. กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี 3. ผักบุ้งจีน 3 กิโลกรัม 4. หน่อกล้วย(ต้นกล้วยที่แตกออกมาจากต้นแม่ ถ้าเป็นไปได้ให้เอาต้นที่ติดกับต้นแม่สังเกตจากใบจะมีลักษณะแหลมเป็นหอก ถ้าต้นที่ไม่ใช่จะมีใบเป็นใบพาย) กดมาให้ติดรากมาด้วยเพราะบริเวณรากจะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สำหรับใช้หมักเยอะ 5. กากน้ำตาลโมลาส 1 ต่อ 3 ของวัตถุดิบ(ผัก,ผลไม้) ที่ใช้หมัก 6. น้ำสะอาด 7. นมสด 8. นมเปรี้ยว 9. น้ำตาลทรายแดง เริ่มจากอาจารย์เล่าที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นเริ่มมาจาก EM (จากชาวญี่ปุ่นชื่อ ดร.อิงะ)หรือที่เคยได้ยินคือศาสนาโยเร EM ได้มาจากหัวเชื่อ จุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์ แต่ก็มีข้อจำกัดคือเกษตรกรต้องซื้อ EM มาใช้ทำให้ต้นทุนสูง ต่อมาก็ IMO จากชาวเกาหลีชื่อฮากิวโซ ที่ได้มาจากการทำกิมจิแล้วเอาน้ำที่เหลือมารถต้นไม้ นำเขามาเผยแพร่โดยกลุ่มสันติอโศก IMO เป็นหลักการของโปรไบโอติก ตามที่อาจารย์เล่าว่าบนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพากัน 3 อย่าง คือ 1. พืช(สังเคราะห์แสงและดูดซึมอาหารมาใช้เองได้) 2. สัตว์(ต้อง กินพืชและสัตว์ด้วยกันเป็นอาหาร) 3. จุลินทรีย์ ย่อยซากพืชซากสัตว์ให้หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ในห่วงโซ่อาหารต่อ เพราะฉะนั้นสามสิ่งนี้ก็จะพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้าดินดี อากาศดี ความชื้นได้ พืชจะสามารถผลิตฮอร์โมนเองได้(เราไม่จำเป็นต้องเสริม) ถ้าเราต้องการฮอร์โมนบำรุงใบกับลำต้น ส่วนใหญ่เราจะนิยมใช้ใบกับลำต้นที่มีตาใบ ของพืชชนิดนั้น มาหมักทำหัวเชื้อ เช่นถ้าเราต้องการบำรุงต้นผักบุ้ง เราใช้หัวเชื้อที่ทำมาจากต้นผักบุ้ง เป็นต้น ผักที่เราจะเก็บมาใช้ควรเก็บในช่วงเช้าไม่เกิน 8 โมงเช้า เพราะผักจะมีสารอาหารคุณประโยชน์เยอะกว่าช่วงกลางวัน และควรเป็นต้นที่ยังไม่แก่เกินไปหรือต้นที่ออกดอกออกผลแล้วก็ไม่ควร เพราะสารอาหารจะน้อย พืชที่มีตาใบและต้น ถ้าเอามาใช้หมักมักจะให้สารสำคัญเพื่อบำรุงใบและลำต้น ผลไม้และพืชที่เราใช้ผลในการมาหมักมักจะบำรุงผล พืชที่เป็นหน่อ หรือแตกเป็นตาเหน่อ หรือเง้า เมื่อนำมาหมักมักจะบำรุงราก (วัตถุดิบที่นำมาใช้หมักก็จะให้ประโยชน์ในการได้หัวเชื้อเพื่อบำรุงในส่วนของพืชที่แตกต่างกันไป) หัวเชื้อจะมีหัวเชื้อเพื่อบำรุงใบและต้น หัวเชื้อเพื่อบำรุงดอกและผล หัวเชื้อเพื่อบำรุงราก (แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ใหญ่) เริ่มทำสูตรที่ 1 นำผักบุ้ง มาหั่นเป็นท่อนท่อน(ประมาณ 2 นิ้ว) ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้(ถังพลาสติกมีฝา) 2 ถัง ถังละ 1.5 กิโลกรัม นำกากน้ำตาลโมลาส แบ่ง 2 แก้วแก้วละ 500 กลัม จะทำ 2 ถัง (ผักบุ้ง 3 ส่วนต่อโมลาส 1 ส่วน) ค่อยนำมา คลุกเคล้า(ห้ามขยำ) ให้ทั่ว ปิดฝาถังพลาสติกใช้สก๊อตเทปขนาดใหญ่ซีนปากถังให้สนิทไม่ให้อากาศเข้า เขียนวันที่เริ่มทำและชนิดผักที่หมัก ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่มห้ามโดนแดด 7 วัน ครบกำหนดเปิดถังสังเกต ถ้าใช้ได้แล้ว นำมากรองเอาแต่น้ำเพื่อมาใช้เป็นหัวเชื้อต่อไป(วิธีเก็บหัวเชื้อ ให้เก็บไว้ในขวดโดยให้มีพื้นที่เหลือในขวดเยอะพอสมควร เผื่อให้มีอากาศอยู่ในนั้นบ้าง แล้วปิดฝาให้สนิท) ถ้านำหัวเชื้อมาขยายไปใช้ต่อ จะทำโดยใช้อัตราส่วน 1:1:10 คือหัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ กากน้ำตาลโมลาส 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสะอาด(น้ำกรอง) 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ในร่มห้ามโดนแสงแดด 7 วัน ถึงจะนำมาใช้ได้ การนำไปใช้ถ้ารดต้นไม้หรือใบไม้ให้ผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:500 (หัวเชื่อ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 5 ลิตร ถ้าจะนำไปรดที่ดิน ให้ผสมในอัตราส่วน 1:100 หัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเปล่า 1 ลิตร ควรลดให้ช่วงเช้าก่อน 8 โมงเพราะต้นไม้สะดวกซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทันที สูตรที่ 2 1. นำมะละกอสุก็พร้อมเปลือก(เอา เมล็ดออก) หันเป็นชิ้นเล็กๆประมาณ 1 -2 นิ้ว 2. นำกล้วยน้ำว้าสุกพร้อมเปลือก

ทำปุ๋ยโบกาฉิ วันที่ 3 มีค 68

 อาจารย์สอนการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร(เศษอาหารจากที่เพื่อนเพื่อนนำมาจากบ้าน)

1. ขี้วัว 2 ส่วน 2. เศษผักผลไม้ เปลือกไข่ กากกาแฟ ขนมปัง ทั้งหมด 2 ส่วน (ก่อนนำไปใช้ควรทำให้ มีขนาดเล็กจะสับ จะบด จะตำ จะหั่น ได้หมด และควรทำให้แห้งก่อน จะตากแดดตากลมก็ได้ เพื่อลดการเกิดการเน่าเสียระหว่างกระบวนการ) 3. แกลบ 1 ส่วน 4. รำป่น 1-2 ส่วนดูจากปริมาณเศษอาหารเป็นหลัก 5. จุลินทรีย์ 4 ช้อน ใส่ในน้ำ 5 ลิตรเพื่อนำมารด ตอนผสมส่วนผสมต่างๆ วิธีทำ นำวัตถุดิบต่างๆ ที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในถัง หรือกะละมัง และค่อยๆรดน้ำที่ผสมจุลินทรีย์ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว สลับกับการลดน้ำ จนได้ความชื้นประมาณ 60% สังเกตจากการเอามือบีบส่วนผสมต่างๆเป็นก้อนไม่แตกออกและน้ำไม่ไหลหยดจนเกินไปเป็นอันใช้ได้ นำกระสอบปุ๋ยมาใส่ เว้นให้มีพื้นที่เหลืออยู่ข้างบนเล็กน้อย ผูกปากถุงให้แน่นสนิทเขียนป้ายวันที่เริ่มทำกำกับ ถ้ามีเวลาก็ให้มา พลิกระสอบปุ๋ยจากข้างล่างขึ้นข้างบนวันละครั้ง(เพื่อให้อากาศถ่ายเทในกระสอบบ้าง )แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไร หมักครบ 3 อาทิตย์ ก็ให้เปิดปาก กระสอบปุ๋ยเพื่อให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับจุลินทรีย์บางประเภทเพื่อให้คุณคุณภาพของปุ๋ยสมบูรณ์ขึ้นเหมาะสมกับการใช้งาน วางไว้อีก 1 อาทิตย์ ก็นำมาใช้ได้เลย(รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 เดือน) ปกติอาจารย์จะใช้โรยหน้าในการปลูกผักประเภทกินผล คุณภาพปุ๋ยชนิดนี้จะมี แร่ธาตุ สารอาหารสูง

Comman line for Network

 คำสั่ง Command Line อะไรบ้าง ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย สรุปคำสั่ง Command Line ที่ต้องใช้บ่อยในการแก้ปัญหาเครือข่าย ทั้งระบบปฏิบ...