Group Policy ข้อใดบ้าง
วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
Group Policy ข้อใดบ้าง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568
วิธีตัดแต่งกล้วย 28 มีค 68
วิธีตัดแต่งต้นกล้วย
1. ตัดใบที่หัก ใบเหลือง ใบแห้ง ออก โดยดึงกาบออกมาแล้วตัดเฉือนออกให้เสมอกับลำต้น ให้เหลือใบเขียวๆเก็บไว้ประมาน 5-8 ใบ, ถ้าต้นอยู่เป็นกลุ่มแน่นเกินไปใบที่อยู่ในร่มจะไม่ได้แดด ทำให้ต้นกล้วยจะสูงชลูดขึ้นเสี่ยงที่จะหักโค่นเวลาติดเครือ
2. ถ้าเจอต้นกล้วยที่มีใบเหลืองและจุดไหม้สีน้ำตาลคือเป็นโรคใบตายพราย เกิดจากเชื้อไวรัส ให้ขุดเอาต้นออก ห้ามเอาใบหรื้อต้นใส่กลับไปในหลุมจะทำให้เชื้อระบาดไปสู่ต้นอื่นๆได้
3. ต้นที่มีลูกแล้วจะตายให้ฟันทิ้งแล้วขุดหน่อออกด้วย
4. ต้นที่ติดเครือแล้วต้องตัดปลีกล้วยออกเมื่อติดลูกประมาน 7-9 หวีเพื่อให้ไม่แย่งน้ำเลี้ยงกันจนลูกเล็ก
5. ใบกล้วยที่อยู่สูงให้ใช้มีดเคี่ยวด้ามยาวตัดใบที่เสีย ส่วนใบที่อยู่ระดับต่ำให้ใช้มีดด้ามสั้นตัดเพื่อความคล่องตัว
6. ลักษณะต้นแม่และลูกที่สมบูรณ์คือต้นแม่อยู่ตรงกลางแล้วมีหน่อลูกออกมาสองข้าง ต้นจะแข็งแรงมากไม่โค่นล้มง่าย แต่มีข้างเดียวก็ใช้ได้
7. วงบ่อกล้วยควรรดน้ำ3-4ครั้งต่อสัปดาห์(วันเว้นวัน) หน้าแล้งอาจต้องเพิ่มการให้น้ำถ้าแล้งมาก ระบบสเปรย์น้ำรื้ออกมารอปรับปรุงบ่อกล้วยเสร็จต้องใส่ท่อระบบน้ำให้แต่ละบ่อด้วย
ทำ Banana Circle วันที่ 27 มีค 68
วิธีการทำ Banana Circle
1.ขุดหลุมกลางวงบ่อกล้วย ลึก 50 cm. นำดินที่ขุดมาวางรอบวงบ่อกล้วย ทำเหมือนรูปโดนัท สูง 50 cm. ดังนั้นขนาดหลุมจะลึกทั้งหมด 100 cm.
2.ดินรอบวง ให้ใช้จอบสับให้ร่วนซุยเพราะจะนำมาปลูกพืชอื่นด้วย
3.รอบวงบ่อควรมีต้นกล้วย 5 ต้น หรือ 5 กอ รอบวง ถ้ามีไม่ถึงก็ขุดจากที่อื่นมาปลูก
4.นำใบไม้แห้งมาเทใส่บ่อหลุมจนเต็มและรดน้ำให้ชุ่ม
ทำน้ำฮอร์โมน วันที่ 12 มีค 68
อาจารย์มาสอน การทำหัวเชื้อ
วัตถุดิบที่ใช้วันนี้ 1. มะละกอสุก 1 ลูก 2. กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี 3. ผักบุ้งจีน 3 กิโลกรัม 4. หน่อกล้วย(ต้นกล้วยที่แตกออกมาจากต้นแม่ ถ้าเป็นไปได้ให้เอาต้นที่ติดกับต้นแม่สังเกตจากใบจะมีลักษณะแหลมเป็นหอก ถ้าต้นที่ไม่ใช่จะมีใบเป็นใบพาย) กดมาให้ติดรากมาด้วยเพราะบริเวณรากจะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สำหรับใช้หมักเยอะ 5. กากน้ำตาลโมลาส 1 ต่อ 3 ของวัตถุดิบ(ผัก,ผลไม้) ที่ใช้หมัก 6. น้ำสะอาด 7. นมสด 8. นมเปรี้ยว 9. น้ำตาลทรายแดง เริ่มจากอาจารย์เล่าที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นเริ่มมาจาก EM (จากชาวญี่ปุ่นชื่อ ดร.อิงะ)หรือที่เคยได้ยินคือศาสนาโยเร EM ได้มาจากหัวเชื่อ จุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์ แต่ก็มีข้อจำกัดคือเกษตรกรต้องซื้อ EM มาใช้ทำให้ต้นทุนสูง ต่อมาก็ IMO จากชาวเกาหลีชื่อฮากิวโซ ที่ได้มาจากการทำกิมจิแล้วเอาน้ำที่เหลือมารถต้นไม้ นำเขามาเผยแพร่โดยกลุ่มสันติอโศก IMO เป็นหลักการของโปรไบโอติก ตามที่อาจารย์เล่าว่าบนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพากัน 3 อย่าง คือ 1. พืช(สังเคราะห์แสงและดูดซึมอาหารมาใช้เองได้) 2. สัตว์(ต้อง กินพืชและสัตว์ด้วยกันเป็นอาหาร) 3. จุลินทรีย์ ย่อยซากพืชซากสัตว์ให้หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ในห่วงโซ่อาหารต่อ เพราะฉะนั้นสามสิ่งนี้ก็จะพึ่งพาซึ่งกันและกัน ถ้าดินดี อากาศดี ความชื้นได้ พืชจะสามารถผลิตฮอร์โมนเองได้(เราไม่จำเป็นต้องเสริม) ถ้าเราต้องการฮอร์โมนบำรุงใบกับลำต้น ส่วนใหญ่เราจะนิยมใช้ใบกับลำต้นที่มีตาใบ ของพืชชนิดนั้น มาหมักทำหัวเชื้อ เช่นถ้าเราต้องการบำรุงต้นผักบุ้ง เราใช้หัวเชื้อที่ทำมาจากต้นผักบุ้ง เป็นต้น ผักที่เราจะเก็บมาใช้ควรเก็บในช่วงเช้าไม่เกิน 8 โมงเช้า เพราะผักจะมีสารอาหารคุณประโยชน์เยอะกว่าช่วงกลางวัน และควรเป็นต้นที่ยังไม่แก่เกินไปหรือต้นที่ออกดอกออกผลแล้วก็ไม่ควร เพราะสารอาหารจะน้อย พืชที่มีตาใบและต้น ถ้าเอามาใช้หมักมักจะให้สารสำคัญเพื่อบำรุงใบและลำต้น ผลไม้และพืชที่เราใช้ผลในการมาหมักมักจะบำรุงผล พืชที่เป็นหน่อ หรือแตกเป็นตาเหน่อ หรือเง้า เมื่อนำมาหมักมักจะบำรุงราก (วัตถุดิบที่นำมาใช้หมักก็จะให้ประโยชน์ในการได้หัวเชื้อเพื่อบำรุงในส่วนของพืชที่แตกต่างกันไป) หัวเชื้อจะมีหัวเชื้อเพื่อบำรุงใบและต้น หัวเชื้อเพื่อบำรุงดอกและผล หัวเชื้อเพื่อบำรุงราก (แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ใหญ่) เริ่มทำสูตรที่ 1 นำผักบุ้ง มาหั่นเป็นท่อนท่อน(ประมาณ 2 นิ้ว) ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้(ถังพลาสติกมีฝา) 2 ถัง ถังละ 1.5 กิโลกรัม นำกากน้ำตาลโมลาส แบ่ง 2 แก้วแก้วละ 500 กลัม จะทำ 2 ถัง (ผักบุ้ง 3 ส่วนต่อโมลาส 1 ส่วน) ค่อยนำมา คลุกเคล้า(ห้ามขยำ) ให้ทั่ว ปิดฝาถังพลาสติกใช้สก๊อตเทปขนาดใหญ่ซีนปากถังให้สนิทไม่ให้อากาศเข้า เขียนวันที่เริ่มทำและชนิดผักที่หมัก ตั้งทิ้งไว้ในที่ร่มห้ามโดนแดด 7 วัน ครบกำหนดเปิดถังสังเกต ถ้าใช้ได้แล้ว นำมากรองเอาแต่น้ำเพื่อมาใช้เป็นหัวเชื้อต่อไป(วิธีเก็บหัวเชื้อ ให้เก็บไว้ในขวดโดยให้มีพื้นที่เหลือในขวดเยอะพอสมควร เผื่อให้มีอากาศอยู่ในนั้นบ้าง แล้วปิดฝาให้สนิท) ถ้านำหัวเชื้อมาขยายไปใช้ต่อ จะทำโดยใช้อัตราส่วน 1:1:10 คือหัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ กากน้ำตาลโมลาส 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสะอาด(น้ำกรอง) 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ในร่มห้ามโดนแสงแดด 7 วัน ถึงจะนำมาใช้ได้ การนำไปใช้ถ้ารดต้นไม้หรือใบไม้ให้ผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:500 (หัวเชื่อ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 5 ลิตร ถ้าจะนำไปรดที่ดิน ให้ผสมในอัตราส่วน 1:100 หัวเชื้อ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเปล่า 1 ลิตร ควรลดให้ช่วงเช้าก่อน 8 โมงเพราะต้นไม้สะดวกซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทันที สูตรที่ 2 1. นำมะละกอสุก็พร้อมเปลือก(เอา เมล็ดออก) หันเป็นชิ้นเล็กๆประมาณ 1 -2 นิ้ว 2. นำกล้วยน้ำว้าสุกพร้อมเปลือกทำปุ๋ยโบกาฉิ วันที่ 3 มีค 68
อาจารย์สอนการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร(เศษอาหารจากที่เพื่อนเพื่อนนำมาจากบ้าน)
1. ขี้วัว 2 ส่วน 2. เศษผักผลไม้ เปลือกไข่ กากกาแฟ ขนมปัง ทั้งหมด 2 ส่วน (ก่อนนำไปใช้ควรทำให้ มีขนาดเล็กจะสับ จะบด จะตำ จะหั่น ได้หมด และควรทำให้แห้งก่อน จะตากแดดตากลมก็ได้ เพื่อลดการเกิดการเน่าเสียระหว่างกระบวนการ) 3. แกลบ 1 ส่วน 4. รำป่น 1-2 ส่วนดูจากปริมาณเศษอาหารเป็นหลัก 5. จุลินทรีย์ 4 ช้อน ใส่ในน้ำ 5 ลิตรเพื่อนำมารด ตอนผสมส่วนผสมต่างๆ วิธีทำ นำวัตถุดิบต่างๆ ที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในถัง หรือกะละมัง และค่อยๆรดน้ำที่ผสมจุลินทรีย์ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว สลับกับการลดน้ำ จนได้ความชื้นประมาณ 60% สังเกตจากการเอามือบีบส่วนผสมต่างๆเป็นก้อนไม่แตกออกและน้ำไม่ไหลหยดจนเกินไปเป็นอันใช้ได้ นำกระสอบปุ๋ยมาใส่ เว้นให้มีพื้นที่เหลืออยู่ข้างบนเล็กน้อย ผูกปากถุงให้แน่นสนิทเขียนป้ายวันที่เริ่มทำกำกับ ถ้ามีเวลาก็ให้มา พลิกระสอบปุ๋ยจากข้างล่างขึ้นข้างบนวันละครั้ง(เพื่อให้อากาศถ่ายเทในกระสอบบ้าง )แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไร หมักครบ 3 อาทิตย์ ก็ให้เปิดปาก กระสอบปุ๋ยเพื่อให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับจุลินทรีย์บางประเภทเพื่อให้คุณคุณภาพของปุ๋ยสมบูรณ์ขึ้นเหมาะสมกับการใช้งาน วางไว้อีก 1 อาทิตย์ ก็นำมาใช้ได้เลย(รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 เดือน) ปกติอาจารย์จะใช้โรยหน้าในการปลูกผักประเภทกินผล คุณภาพปุ๋ยชนิดนี้จะมี แร่ธาตุ สารอาหารสูงทดลองการเป็นอาสา เกษตร วันที่ 20 กพ 68
เตรียมดินในโรงเรือน 4 แปลงยาว
เดินเข้าโรงเรือน เริ่มจากขวาไปซ้าย แปลงที่ 1 เคยปลูก ผักคะน้า แปลงที่ 2,3 ตรงกลาง เคยปลูกผักสลัด แปลงที่ 4 ซ้ายสุด เคยปลูกผักกวางตุ้ง แปลงคะน้า และกวางตุ้งใช้ถอนออก (จึงไม่มีรากค้างในดิน) ผักสลัดใช้ตัดต้น(จึงมีรากค้างอยู่ในดิน) เริ่มจากเก็บฟางหญ้าแห้งและวัชพืชออกให้หมด ส่วนแปลงผักสลัดเก็บรากที่ตกค้างในดินออกด้วย สังเกตดินที่เคยปลูกผักคะน้าและกวางตุ้ง คุณภาพดินจะสู้ดินที่เคยปลูกผักสลัดไม่ได้ เพราะ คะน้าและกวางตุ้งเป็นผักที่ดูดสารอาหารในดินไปใช้เยอะกว่าผักสลัด เปรียบเทียบความแตกต่างกัน ดินที่เคยปลูกผักสลัดจะร่วนซุย นุ่มระเอียดกว่า เมื่อเก็บหญ้าและวัชพืชรวมถึงรากของผักสลัดที่ตกค้างในแปลงออกหมดแล้ว พรวนดิน กลับดินข้างล่างขึ้นบน ทำให้ดินร่วนซุยให้ทั่วแปลง เตรียมไว้เพื่อใส่ปุ๋ยมูลวัวลงไป และผสมมูลวัวกับดินเดิมที่เตียมไว้ให้ทั่ว รดน้ำทุกวัน เช้า-เย็น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วตรวจเช็คความพร้อมของดิน เพื่อปลูกพืชผักต่อไป ที่ต้องเก็บฟาง หญ้า วัชพืชและรากของผักสลัดที่ตกค้างในดินออกให้หมดเพื่อ ไม่ให้เกิดกระบวนการในการย่อยสลายและการดึงสารอาหารในดินไปใช้ในกระบวนการย่อยสลายจะทำให้ดินมีคุณภาพลดลง และต้องเพิ่มเวลาในการเตรียมดินนานขึ้น(อาจารย์สอนครับ)Download เอกสารต่างๆ
VM Ware Doc
-
กดอ่านเพิ่มเติมก่อนแล้วจึงจะเห็น link ด้านใน ...
-
วิธีตัดแต่งต้นกล้วย 1. ตัดใบที่หัก ใบเหลือง ใบแห้ง ออก โดยดึงกาบออกมาแล้วตัดเฉือนออกให้เสมอกับลำต้น ให้เหลือใบเขียวๆเก็บไว้ประมาน 5-8 ใบ, ถ...
-
วิธีการทำ Banana Circle 1.ขุดหลุมกลางวงบ่อกล้วย ลึก 50 cm. นำดินที่ขุดมาวางรอบวงบ่อกล้วย ทำเหมือนรูปโดนัท สูง 50 cm. ดังนั้นขนาดหลุมจะลึกทั...




