วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การ setup cisco switch ให้เป็น Server+Client mode

การเซ็ต VLAN , VLAN Trunking และ VTP Domain บน Cisco Catalyst 2960 (Layer2) และ 3560 (Layer3)

จุดประสงค์ต้องการเซ็ต Switch เป็น VLAN โดยใช้ 3560 เป็น Core Switch และ 2960 กระจายไปตามจุดต่างๆในเครือข่าย

สิ่งที่ต้องทำคือ

- เปิด VTP ขึ้นมา ตั้งชื่อว่า VTPNAME

- กำหนด VTP บน 3560 เป็น Server Mode

- กำหนด VTP บน 2960 เป็น Client Mode

- ใช้ VTP Version 2

- สาย LAN เชื่อมระหว่าง Switch ใช้ Port 1 โดยทำเป็น Trunking Mode 802.1q

- SW ทุกตัวตั้งค่า VLAN ดังนี้

Port 2-5 VLAN 100 , MAIN

Port 6-10 VLAN 200 , FRONT



เริ่ม

บน 3560

switch#conf t

switch(config)#hostname SW_Core

SW_Core(config)#end

SW_Core#

SW_Core#conf t

SW_Core(config)#vtp domain VTPNAME

SW_Core(config)#vtp mode server

SW_Core(config)#end



บน 2960

คำคล้ายกันแต่เปลี่ยน hostname เป็นชื่ออื่น และ vtp mode เป็น client



ตรวจสอบ VTP โดยคำสั่ง

SW_Core#sh vtp status

ดู version ว่าเป็น v 2 หรือไม่ หากไม่เซ็ตดังนี้

Console>(enable)set vtp v2 enable



เซ็ต trunking ที่ Port 1 ของทุกๆ Switch

SW_Core#conf t

SW_Core(config)#interface fastEthernet 0/1

SW_Core(config-if)#switchport trunk encapsulation dot1q

SW_Core(config-if)#switchport mode trunk

SW_Core(config-if)#end



หากต้องการดูสถานะหลัง config

#sh interfaces fa0/1 switchport



เซ็ต VLAN

Name VLAN

———————————

Switch#conf t

Switch#vlan 100

Switch#name MAIN

Switch#exit

Switch#vlan 200

Switch#name front

Switch#exit



Add port to VLAN

———————————

Switch#config terminal

Switch#interface range fa0/2-5

Switch#switchport mode access

Switch#switch access vlan 100

Switch#exit

Switch#interface range fa0/6-10

Switch#switchport mode access

Switch#switch access vlan 200

Switch#exit


SW_Core#sh vlan <== ดูสถานะของ VLAN

Credit :
http://www.wandee.org/wordpress/?cat=12

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การ update image switch cisco 2960 ผ่าน xmodem

หา image file รอไว้ก่อนแล้วเข้าไปที่ prompt
switch: copy xmodem:[name file] flash:/dir/[name file]
แล้วไปทำการ start xmodem upload ที่ menu ได้เลย

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การเชื่อมต่อ mysql ข้ามเครื่อง

จริงๆก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ตอนหา solution ก็นานเหลือเกิน
แก้ file my.cnf
ใส่ # ที่ bind ip 127.0.0.1 เพื่อให้ไม่ต้อง lock เครื่องที่เข้ามา แต่ก็อันตรายเหมือนกัน
แล้วก็ grant database ให้ remote machine เข้ามาได้ เช่น user@x.x.x.x เป็นต้น
เสร็จแล้วครับ

เริ่มชีวิตใหม่

หลังจากระหกระเหินกับความผิดพลาดต่างๆในชีวิตมาครั้งแล้วครั้งเรา อยากคืนชีวิตที่ดีให้กับทุกๆคน ไม่ต้องการมีเรื่องอะไรกับใคร แต่ก็ต้องมีอันให้มีเรื่องทุกทีไป
อยากเป็นคนดีของทุกๆคน แต่ก็มีหลุดจนได้
อย่างไรก็ตาม ก็จะพยายามทำความดีต่อไป

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตั้งเวลาใน crontab
rontab มีออฟชันท์การใช้งานหลักๆ ดังต่อไปนี้
  • crontab -e แก้ไข crontab ปัจจุบัน
  • crontab -l ดูคำสั่ง crontab ที่ได้กำหนดไว้ทั้งหมดที่มีอยู่
  • crontab -r ลบคำสั่ง crontab ที่ได้กำหนดไว้ทั้งหมด
  • crontab -u user เป็นคำสั่งของผู้ดูแลระบบใช้งาน เพื่อดูแล crontab ของแต่ละ user สามารถแก้ไขและลบทิ้งได้

สำหรับ crontab -e นั้นเมื่อเรียกใช้งาน โปรแกรมจะเรียกโปรแกรมแก้ไขข้อความ(text editor) ที่เป็นค่าปริยายของระบบขึ้นมาใช้งาน หากท่านใช้งานในสายของ Debian โปรแกรมที่กำหนดไว้โดยปริยายคือ nano หากต้องการใช้ editor ตัวอื่น สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง $ export EDITOR=vim เป็นต้น

crontab ประกอบด้วยกันทั้งหมด 6 คอลัมน์หลักดังต่อไปนี้

m h  dom mon dow   command
  • m หรือ minute มีค่าตั้งแต่ 0-59 เวลาเป็นนาที
  • h หรือ hour มีค่าตั้งแต่ 0-23 เวลาเป็นชั่วโมง
  • dom หรือ day of month หรือวันที่นั้นเอง มีค่าตั่งแต่ 1-31 ตามแต่วันที่ในแต่ละเดือน
  • mon หรือ month มีค่าตั้งแต่ 1-12 เวลาเป็นเดือน
  • dow หรือ day of week มีค่าตั้งแต่ 0-6 วันของแต่ละสัปดาห์ โดยแทนค่าดังต่อไปนี้
    • 0 = วันอาทิตย์
    • 1 = วันจันทร์
    • 2 = วันอังคาร
    • 3 = วันพุธ
    • 4 = วันพฤหัสบดี
    • 5 = วันศุกร์
    • 6 = วันเสาร์
  • command เป็นคำสั่งต่างๆ ที่ต้องการให้ให้เอ็กซีคิวสามารถใช้ได้ทั้งคำสั่งและสคริปท์

แต่ละคอลัมน์แบ่งออกจากันด้วยช่องว่าง(space) หรือแท็บ(ปุ่ม Tab บนคีย์บอร์ด) ยกเว้นคอลัมน์สุดท้ายจะถือว่าทั้งหมดเป็นส่วนของคำสั่ง นอกจากนี้หากต้องการแทนความหมายว่าทุกๆ ก็สามารถใช้ * แทนได้ ทุกๆ คำสั่งและสคริปท์ควรจะระบุ path เต็มเพื่อที่จะได้ไม่ผิดพลาดเวลา cron จะเอ็กซีคิวโปรแกรมหรือสริปท์ นั้นๆ

ตัวอย่างเช่น

0 * * * * /usr/sbin/ntpdate time1.nimt.or.th

หมายความว่า ทุกๆ วัน และทุกๆ ชั่วโมงที่มีเวลาเป็น 0 นาที ให้เอ็กซีคิวโปรแกรม ntpdate

*/5 * * * * /root/bin/convertor.sh

สังเกตว่าใช้เครื่องหมาย / ตามด้วยเลข 5 หมายความว่าทุกๆ 5 นาทีให้เอ็กซีคิวสคริป /root/bin/convertor.sh

0 3 */5 * * /root/bin/backupstore.sh

หมายความว่า ทุกๆ วันที่ 5 หารลงตัว คือ วันที่ 5 10 15 20 25 30 ให้เอ็กซีคิวสคริปท์นี้ ณ เวลา 3.00 AM

30 18 * * 3,5 /root/bin/mysql_backup.sh

หมายความว่า ทุกๆ วันศุกร์และวันพุธ เวลา 18.30 น. ให้รันสริปท์นี้

เราสามารถเอาเครื่องหมาย ',' '/' '*' มาใช้งานได้โดยแต่ละสัญลักษณ์มีความหมายแตกต่างกันออกไป ดังตัวอย่างด้านบน crontab มีประโยชน์มาก หากเราต้องการใช้สำรองข้อมูลตามวันและเวลาที่ต้องการ หากนึกอะไรไม่ออกก็ลองเพิ่ม crontab

0 * * * * /usr/sbin/ntpdate time1.nimt.or.th

เอาไว้ใน server เราด้วยนะครับ เพราะคำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับเวลาเครื่องให้ตรงกับ Time server เพื่อให้เวลาเครื่องตรงกับเวลาอ้างอิงตามที่ พรบ. คอมพิวเตอร์กำหนด(Server เราจะได้ไม่ผิดกฎหมายLaughing) โดย crontab ด้านบนเป็นการเทียบเวลากับสถาบันมาตรวิทยาของไทยเรานั้นเอง

Download เอกสารต่างๆ

  VM Ware Doc