บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

การจัดการ space ใน stock

 
Introduction 
ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การค้าปลีกได้เปลี่ยนรูปแบบจากร้านค้าเล็กๆ เป็น Chain Store เช่น 7-eleven หรือ am/pm แม้กระทั่งในปั๊มน้ำมันก็มี Convenience Store โดยมีชื่อร้านใหม่เช่น Shell/Select, Tiger Mart, หรือ Supermarket ก็เกิด Chain ใหญ่ๆ เช่นกัน เช่น Target, Woolworth, K-mart แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าของ Chain ใหญ่ๆ
ส่วนร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า Hyper Mart ซึ่งมีทั้ง Supermarket และสรรพสินค้าราคาถูก เปิด 24 ช.ม. ให้บริการทุกอย่างรวมทั้งมีอาหารขายและสินค้าทุกประเภท โดยมี Walmart ซึ่งเป็นต้นแบบกิจกรรมในสหรัฐอเมริกา แล้วตามอย่างด้วย แมคโคร์, คาร์ฟูล, โลตัส ในประเทศไทย
รูปแบบของ Department Store ในประเทศไทยก็เกิดการขยายตัวเป็น Chain ของห้างใหญ่ Central/Robinson มีสาขา 35 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการบริหาร Chain Store หลายๆ จุด จำเป็นต้องมีศูนย์กระจายสินค้าเกิดขึ้น เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มโอกาสขายด้วยการส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังหน้าร้านค้าแต่ละสาขา
กิจกรรมการทำ Marketing เพื่อเพิ่มยอดขายของแต่ละสาขา เป็นสิ่งสำคัญตามมารองจากกิจกรรมศูนย์กระจายสินค้า การวางแผน Merchandise ในรูปแบบใหม่ ซึ่งมีการทำ Store Layout จัดวางสินค้าบน Shelf อย่างมีระบบหรือเรียกว่า Schematic Diagram ของแต่ละสาขาให้เหมาะสมกับสภาวะความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าขนาดใหญ่ แม้กระทั่งร้านเล็ก ๆ อย่าง 7-eleven หรือ am/pm ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน
ปัจจัยสำคัญที่สุดของร้านค้าในรูปแบบ Chain Store คือการเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละจุดขาย และส่งเสริมการขายด้วยการวางกองโชว์ พร้อมทั้งโฆษณาด้วยสื่อต่างๆ พร้อมๆ กันไปกับการลดราคา ตัดราคาแข่งขันซึ่งกันและกัน เมื่อเดินไปตาม Shelf หรือช่องเลือกสินค้าจะมองเห็นคำว่า Everyday low price หรือ EDLP บ้าง หรือ คำพูดแปลกๆ ใหม่ๆ ซึ่งเป็นการทำ Promotion สมัยใหม่ เพื่อจูงใจเรียกร้องให้ ผู้คนมา Shopping ทุกๆ วัน เพื่อเลือกตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย หรือทำอย่างไรจะให้คนมาเข้าร้านก่อนให้ได้ด้วยการเรียกร้องความสนใจรูปแบบต่างๆ กันไป
ถ้าผู้บริหาร Chain Store นำข้อมูลการตลาด ซึ่งเป็นผลจากการวิจัย Consumer Behavior (พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค) และ Demographic Data (สำรวจสำมะโนประชากร/รายได้ต่อหัว) มาผสมกับข้อมูลซื้อจริงจากร้านค้าใน Chain ของตัวเอง แล้วเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญอีกทีหนึ่ง ก็จะสามารถวางแผนการตลาด (Marketing Plan) ได้อย่างแม่นยำขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าของตัวเอง ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น ชนะคู่แข่งคนอื่น และมีกำไรสูงขึ้น แผนการตลาดที่ว่านี้วางละเอียดมาก โดยมีกระบวนการ (Process) การสร้างแผนวัดผลและ Implementation โดยทีมงานภายในซึ่งเรียกว่า Category Manager ซึ่งต้องคัดเลือกตัวบุคคลที่มีความรอบรู้ทุกเรื่องมาเป็นผู้บริหารสินค้าแต่ละ Category ที่ร้านค้าขายอยู่ โดยใช้ทฤษฎีใหม่ที่มีชื่อว่า Category Management
ทฤษฎีการบริหารสินค้าที่เรียกว่า Category Management นั้นได้ถูกประยุกต์ขึ้น โดยสมาคมค้าปลีกในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี Concept ใหญ่คือ Efficiency Consumer Response (ECR) เป็นแนวทางใหม่ให้ปฏิบัติตาม ECR ประกอบกันจากหลายๆ ส่วนเช่น
  • Bar Code Standard/Pallet Standard
  • Supply Chain Management
  • EDI (Electronic Data Interchange)
  • Electronic Fund Transfer
  • Category Management
Concept ใหม่ Efficient Consumer Response (ECR)

สมาคมค้าปลีกได้แยกแตกตัวออกเป็นหลาย ๆ องค์การใหญ่ ๆ เช่น ค้าปลีกประเภท Super Market หรือค้าปลีกประเภท Convenience Store ซึ่งก็มีสมาคม NACS (National Association of Convenience Stores) เป็นสัดส่วนแยกกันออกไป แต่ละองค์กรได้ทดสอบ Concept ECR และ Category Management ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาแล้วได้ผลลัพธ์ดังนี้
  1. ถ้าจะลดสต็อกสินค้าหน้าร้านและ D.C. ลงจาก 1-2 เดือน ให้เหลือ 20 วัน ก็ต้องใช้ทฤษฎี Supply Chain Management มาบริหาร
  2. ถ้าจะเพิ่มยอดขายอีก 10-20 % และทำ Promotion/โฆษณาให้เข้าเป้าหมายกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะจะคัดเลือกสินค้าตัวไหนมาทำ Promotion ให้แรงจัด จนกระทั้งคนมาเข้าร้านจนแน่น ต้องใช้ทฤษฎี Category Management เป็นตัวบริหาร
  3. ถ้าให้ได้ผลต่อกำไรสูงสุดต้องทำควบคู่กันร่วมกับ Supplier มิใช่ทำเฉพาะของ Chainเพียงผู้เดียว ต้องมี Strategic Alliance Partnership จึงจะสำเร็จส่งผลให้มีกำไรสูงขึ้นจากเดิม 20-25 %
ผลจากการ Pilot Test และ Implementation อย่างจริงจังในสหรัฐอเมริกาของ Walmart ซึ่งทำ Partnership กับ P&G เป็นกรณีศึกษาที่ Classic ที่สุด สามารถขอ Paper ได้จากสมาคมค้าปลีก ECR ใน C-Store Central.COM (Web Site) ส่งผลให้ Chain Store ทั่วประเทศนำเอาทฤษฎี Category Management มาประยุกต์ใช้โดยทั่วกันอย่างแพร่หลาย
ทุกบริษัทส่งเจ้าหน้าที่ฝ่าย Marketing, Merchandise, Buyer เข้าสัมมนา ณ ที่ตั้งของสมาคม และเดินสายไปตามเมืองต่างๆ ทุกรัฐทุกเดือน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (1994-1999) และแต่ละปีจะมีประชุมใหญ่ที่เมือง Chicago เรียกว่าโชว์ครั้งใหญ่ มีสินค้าประกอบเช่น Computer Software และอื่นๆ มาแสดงกันเต็มที่
ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าอบรมวิชา Supply Chain Management ที่มหาวิทยาลัย Standford ในเมือง Sanfrancisco ช่วงปี 1995 และเริ่มศึกษาวิจัยนำทฤษฎีมาประยุกต์ให้กับ CRC Group หรือกลุ่ม Central /Robinson ในกิจกรรม Category Killer ทั้งสองคือ เครื่องไฟฟ้า (Power Buy) และเครื่องกีฬา (CRC Sports) ผลลัพธ์ที่ได้ด้านการจัดการศูนย์กระจายสินค้า ทำให้สามารถเนื้อที่ได้อย่างประหยัดและมี Stock สินค้าประมาณ 20 วัน เพื่อสนับสนุนส่งให้หน้าร้านค้าในระบบ Just In Time /Continuos Replenishment
ต่อมาได้มีโอกาสสัมมนา Category Management ที่ National Association of Convenience Stores (NACS) และได้นำเอาทฤษฎีทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันที่ประเทศไทย โดยเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้บริษัท CRC Group และอื่นๆ ในวงการค้าปลีก ซึ่งเป็น Chain Store ในประเทศไทย
บทความทั้งหมดที่ผ่านท่านจะได้สัมผัสต่อไปนี้ นำมาจากเอกสารหลายส่วนของการสัมมนา ทั้งECR Committee Board และ NACS บางส่วนจากหนังสือของ A.C. Nielsen ซึ่งเป็นบริษัทขายข้อมูลด้านค้าปลีกใหญ่ที่สุดในโลก

ประวัติผู้เขียน
จบการศึกษา ระดับปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
จบการศึกษา ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จาก University of Houston สหรัฐอเมริกา ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า เช่นกัน
ได้เข้าเป็นอาจารย์ประจำที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงต้นของการทำงานและเป็นที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์ให้บริษัท Control Data (ประเทศไทย) และทำกิจกรรมที่ปรึกษาพิเศษด้าน Marketing ให้ทั้ง IBM (Thailand) Unisys U.S.A. (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977-1987)
ได้สร้างผลงานวิจัยด้านสร้างภาษาไทยให้ระบบ Personal Computer ในยุคต้นๆ ของ Industry ในปี ค.ศ. 1985
ได้เข้าสู่วงการ Consumer Product โดยเป็น President ของบริษัท Thai Sancella ผู้ผลิตจำหน่ายผ้าอนามัย Cellox/Libress โดย joint Venture กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของสวีเดน ด้าน Consumer product และศึกษาการตลาดและการทำ Marketing กับทีมงานใน Europe 3-4 ปี
ต่อมาได้เข้าสู่วงการ Logistic/Warehouse ด้วยการเป็นที่ปรึกษาให้หลายๆ บริษัท ในการตั้งศูนย์กระจายสินค้า และสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ เพื่อบริหาร Inventory ในรูปแบบ Just In Time (ปี ค.ศ. 1990-1996) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท B.G. Consultant Co., Ltd. ซึ่งให้คำปรึกษาด้าน Supply Chain Management/Category Management โดยใช้ ECR Concept และให้บริการกับบริษัท Super Sports ของ CRC Group
บทสรุป (Summary)
  1. การนำเอาทฤษฎี Category Management มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยเป็นไปได้และมีความเหมาะสม แต่ต้องเลือกเอาเท่าที่จำเป็นและพอจะหาข้อมูลได้ ถ้าทำได้ 25% ของตำราก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
  2. Category Management นั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลจากทั้งภายในบริษัทหรือ Chain ของตัวเอง และภายนอกบริษัทคือ คู่แข่ง และตลาดมาประกอบกัน แล้ววิเคราะห์ด้วยการใช้ Database ของคอมพิวเตอร์ ผู้เขียนใช้ระบบ Window Base บน P.C. ธรรมดา โดยใช้ Demand Forecast และ Distribution Requirement Planning จากสหรัฐอเมริกาเป็นตัวทำ Simulation ส่วนโปรแกรม Inventory Management ในรูปแบบ Just In Time พัฒนาขึ้นเองในประเทศ โดยทีมงาน Software คนไทย เพื่อให้ Interface ข้อมูลจากโปรแกรมต่างประเทศเข้าหากันและกันได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นใช้โปรแกรม Spaceman มาสร้าง Planogram เพื่อ Customize ให้แต่ละร้านค้ามี Store Schematic เฉพาะตามยอดขายที่ผ่านมา
  3. การบริหารจำเป็นต้องมีการ Re-Organize องค์กรบ้างเล็กน้อย และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับ โดยเฉพาะทีม Category Management จะต้องศึกษาและใช้ Software ในข้อ 2 อย่างชำนาญด้วย ตัวเอง ไม่ต้องมาพึ่งหน่วยงาน MIS ให้ทำข้อมูลให้ตลอดเวลา
  4. ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญใน Project นี้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยต้องเข้าร่วมโดยตลอด และเรียนรู้พร้อมๆ กัน ทำ Pilot Test ตัดสินใจด้วยกันกับทีมงาน ซึ่งต้องสละเวลาและแรงงานเพิ่มจากงาน Routine ปัจจุบัน
  5. Don’t Reinvent the wheel
ท่านไม่จำเป็นต้องคิดค้นทฤษฎีบริหารสินค้าภายในองค์กรของท่านเอง เขาสร้างทฤษฎีมาให้แล้ว โดยมี Blue Print หรือ Road Map ให้เดินตาม เราเพียงแต่จะเดินด้วยถนนสายใหญ่หรือสายกลาง หรือสายเล็ก ขึ้นอยู่กับท่อส่งข้อมูลของเราเป็นอย่างไร เราก็สามารถนำกิจการค้าปลีก/ค้าส่ง/ผู้ผลิต ของเราไปสู่เป้าหมายสำคัญคือ สร้างผลกำไรประกอบการให้ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของเราและ Partnership ของเรา
คำนำ
จากการที่บริษัท Super Sports ได้พัฒนาระบบงาน Logistic และ Distribution Center ภายในองค์กร โดยใช้ทฤษฎี Supply Chain Management มาประยุกต์เข้ากับหลักการบริหาร Inventory สากล เพื่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าร่วมกับ บริษัท Power Buy โดยเน้นการ Cross Dock สินค้าเป็นหลัก เพื่อลดภาระการจัดเก็บ และสิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บ การลงทุนใน Application Software หลัก 3 ชุด เพื่อช่วยการบริหารสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และลดการเก็บ Stock หน้าร้านลง แต่ยังคงมี Service Level ตามปกติ ได้กระทำไปแล้ว ดังนี้
  1. Inventory Management
เป็นตัวแปลงข้อมูลจาก Upfront เข้ามาสู่ Database ใหม่ ให้มีFormat พร้อมที่จะวิเคราะห์ ABC Analysis หาค่า Target Stock Level ของสินค้าแต่ละร้านค้า แต่ละ SKU แต่ละ Cat. แล้วเป็นจักรกลสำคัญในการทำ Auto-Replenishment สินค้า A – Item แบบ Just in Time เพื่อเกิดการสั่งซื้อแบบพอเหมาะพอดีกับจังหวะการขายของแต่ละร้านค้าปลีก โดยใช้หลักการเติมสินค้าให้เต็มค่า TSL (Target Stock Level) ตลอดทุกสัปดาห์ แทนระบบการสั่งซื้อแบบ Min/Max ส่วนสินค้าที่เป็น B-C Class Item มีสูตรสากลทำ Reorder Point และ EOQ (Economic Order Quantity) เป็นตัวจักรสำคัญ เพื่อลดภาระ และประหยัดเวลา ผู้จัดการร้านค้าในการต้องคอยเช็คสินค้าตลอดเวลา เป็นการให้ Report เตือนและ Suggest order เมื่อถึงจุดสั่งซื้อที่ตังไว้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึง Lead Time, Safety Stock, On hand และจำนวนที่ประหยัดสุดในการสั่งซื้อแต่ละครั้ง

  1. Demand Forecast และ Planning Simulation (DSW)
เป็นโปรแกรมช่วยเหลือและสนับสนุน Category Manager ในการวางแผนบริหารสินค้า โดยเริ่มตั้งแต่วงจรการReview ยอดขายหรือ Demand ที่ผ่านมาในอดีตรายเดือนของสินค้าแต่ละCat สามารถทำ ABC แยกร้านแยก Cat หรือ Sub Cat ได้พร้อมกับการ Automatic Forecast หรือพยากรณ์โดยอัตโนมัติว่าภายในระยะ 6 เดือน หรือ 12 เดือนข้างหน้า แผนใหม่ควรจะขายได้เดือนละเท่าไร จากสูตรคำนวณพยากรณ์ 20 สูตรมาตรฐาน เครื่องจะเลือกสูตรที่ดีที่สุดให้ เพื่อความรวดเร็วในการพยากรณ์สินค้าที่มีจำนวนมาก ระบบงานจะเลือกสูตรเหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ เมื่อผู้จัดการ Cat. ปรับค่าพยากรณ์ตามความเหมาะสมของสภาวะการตลาดและเลือก Strategy ที่จะใช้การทำ Promotion ก็สามารถทดสอบทำแผนการจัดซื้อล่วงหน้า แล้วหา GP ที่เหมาะสม เพื่อเลือกแผนที่ให้ผลลัพธ์ตาม Corporate Strategy และเป้าหมายขององค์กรที่วางไว้ จากนั้นทุกเดือนก็จะมีการ Review ใหม่ โดยเอายอดขายที่ Forecast มาเปรียบเทียบกับ Actual และมีการทำ Rolling ใหม่เพื่อปรับแผน
Home Page
3. Demand Solution Requirement Planning (DSRP) เป็นโปรแกรมที่ใช้แตกแผนการจัดซื้อประจำเดือนที่วางไว้และตกลงกับ Supplier ในการประชุมประจำเดือน เพื่อวางแผนการจัดส่งเข้า D.C. ในแต่ละสัปดาห์ เหมาะสำหรับสินค้า A-Item ที่มียอดจำหน่ายสูง และสั่งซื้อประจำสม่ำเสมอ ไม่ใช่เป็น Seasonal Item ในระบบของ Super Sports คือสินค้าพิเศษของแต่ละ Cat ที่จัดกองโชว์ เพื่อเป็น Traffic Builder การวางแผนโปรแกรมจะพิจารณายอด Stock on hand แต่ละสาขา และD.C. เป็นหลัก และParameter อื่น ๆ เช่น Lead Time, Safety Time (Stock) คำนวณจำนวนสั่งซื้อแต่ละสัปดาห์อัตโนมัติ และจำนวนจัดส่งแยกให้แต่ละสาขาล่วงหน้าสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ระยะข้างหน้า 12 สัปดาห์ เพื่อสะดวกต่อ Supplier ในการมีสินค้าแยกสาขาและส่งเข้า D.C. ในทุกๆรอบ โดยแผนจะถูกปรับใหม่ทุกสัปดาห์ มองการขายเป็นหลัก ถ้าขายน้อยกว่าพยากรณ์ เครื่องจะผลักจำนวนส่งรอบต่อไปให้ยืดออก หรือจำนวนน้อยลงอัตโนมัติ ถ้าขายดีกว่าพยากรณ์เครื่องจะดึงเข้าจำนวนสัปดาห์ต่อไปหรือเพิ่มยอดอัตโนมัติ ระบบแบบนี้เรียกว่า Supplier Scheduling หรือ Continuously Replenishment ซึ่งเป็นระบบสากลและใช้ในการลด Cost ของ Supply Chain ทั้ง Retailer/Wholesaler และ Supplier ในการจัดเตรียมสินค้าและ Stock สินค้าให้พอเหมาะกับ Consumer Requirement ซึ่งเป็นหนึ่งใน Tactic ภายใต้ Strategy ของการบริหาร Category แบบสากล ให้เลือกใช้โดย Category Manager เป็นผู้ตัดสินใจร่วมกับ Supplier ในการประชุมประจำสัปดาห์/เดือน

โดยเป็นโปรแกรมที่อยู่ในรูปแบบของ Work Bench Simulation สามารถทำ Simulation รูปแบบต่าง ๆ ก่อนการตัดสินใจ Implement ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญจากโปรแกรม Inventory Management ซึ่งไม่สามารถ Support function นี้ได้
เมื่อสินค้าของ Super Sports แต่ละ CAT ได้ถูก Transfer จาก Up front ลงสู่ Database ของโปรแกรมทั้ง 3 ชุดแล้ว ประโยชน์ต่อไปก็คือ การใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วและ Concept ของ ECR*มาบริหาร Category ในแต่ละ Cat ที่จัดไว้ ด้วยทฤษฎีของ Category Management สากล
  • เพื่อสามารถวางแผนการทำ Promotion และ Advertising ให้ได้ผลตามเป้าหมายไม่เกิดการสูญเสีย ในช่วงการทำ Category Management ใน Step Strategy / Tactic Development เพื่อจุดประสงค์หลักคือ การเพิ่มยอดขายสินค้าแต่ละ Cat. และสามารถดึง GP ให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมของการตลาดอย่างละเอียดเช่น Market Share, Demographic Data อื่นๆ ประกอบ โดยเปรียบเทียบ Super Sports Performance กับ Industry Index เพื่อหาทางปรับปรุงแต่ละ Cat อย่างเหมาะสม ในขั้นตอน Category Assessment (Performance Analyze)
  • เพื่อคัดเลือก Supplier / Manufacture Partner มาวางแผนร่วมใน Process การวางแผน Cat. แต่ละ Cat
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผน Space Management ทั้งนี้โปรแกรมทั้ง 3 ชุด เป็นเพียงตัวจักรในการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง Category Manager จะต้องเป็นผู้ใช้เอง และมีทักษะในการใช้โปรแกรม เหมือนกับการใช้ Excel Spread Sheet โดยระยะแรกมีหน่วยงาน I.T. เป็นผู้สนับสนุนถ้าต้องการทำ Planogram แบบอัตโนมัติ จำเป็นต้องมีโปรแกรมเพิ่มคือ Spaceman ของ A.C. Nielsen ลงทุนเพิ่มในราคา 1 ล้านบาท (ไม่รวม Implementation)
การประยุกต์หรือ Apply 
เทคนิคการบริหารสินค้าเข้ากับระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นศาสตร์และศิลป์ของแต่ละคนซึ่งต้องศึกษาอย่างละเอียดและใช้เวลา 3-6 เดือนจึงจะประยุกต์ได้เต็มที่ ซึ่งต้องให้เวลาและแรงงานสมองกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงจะประสบผลสำเร็จ
ทั้งนี้ Software ทั้ง 3 ชุด จะเป็นผู้ช่วยหรือเป็น Tool สำคัญในการวาง Category Role / Strategy / Tactic ของสินค้าแต่ละ Cat. โดยสามารถทำหน้าที่เป็น Work Bench Simulation Model ให้ทดสอบก่อนดำเนินการ Implementation จริงแบบเต็มระบบ ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา และแรงงานการบริหารจัดการสินค้า เป็นผลพลอยได้จากการประยุกต์ Supply Chain Management และตั้งศูนย์กระจายสินค้าแบบอัตโนมัติ ด้วยการวางแผน Logistic ที่มีระบบ








 
 

ที่มา
http://www.appservnetwork.com/resume-app/portfolio/www.thai-eschool.com/cm1.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น